วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2550

บทวิเคราะห์ 4

จากที่ได้นำเสนอข่าวและบทความเรื่อง IT มาโดยตลอด จนปัจจุบันนี้ก็นับรวมได้ถึง 20 กว่าบทแล้ว
จะเห็นว่าสิ่งที่พวกเรานำเสนอนั้น ล้วนแต่เป็นเทคโนโลยีที่ปเนที่ใฝ่ฝันแต่ราคานั้นก็เกินเอื้อมจริงๆนะครับ คุณลักษณะดังกล่าวสามารถสื่อให้เห็นถึงอะไรบ้าง เรามาว่ากันเป็นเรื่องๆไปดีกว่า
การล่าอาณานิคมใหม่ (Neo-Colonialism)
โดยธรรมชาติของมนุษย์นับแต่โบราณกาลมาแล้ว มนุษย์ทุกคน ทุกเผ่าพันธุ์ล้วนมีความมักใหญ่ใฝ่สูงเหนือคนกลุ่มอื่นๆมาโดยตลอด นับตั้งแต่การต่อสู้ของซีซาร์และฮานนิบาลเพื่อแย่งชิงความยิ่งใหญ่ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน มาจนถึงการต่อสู้ของอังกฤษและสเปนเพื่อแย่งชิงแสนยานุภาพทางทะเล พัฒนามาสู่ความมักใหญ่ใฝ่สูงของฮิตเลอร์และชนชาติเยอรมันที่ก่อสงครามโลกครั้งที่สองขึ้นจนเกิดความเดือดร้อนกันไปทั่วโลกทั้งชีวิตและทรัพย์สิน จนกระทั่งวันหนึ่งมนุษยชาติได้ตระหนักถึงความพินาศที่เกิดขึ้นในหน้าประวัติศาสตร์ที่ตนเป็นทั้งคนก่อและคนเขียนด้วยตัวเอง จึงเกิดเป็นแนวคิดที่แสวงหาสันติภาพ ซึ่งก็นำมาสู่หลักกฎหมายระหว่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศที่มุ่งสร้างและรักษาความสงบสุขของโลกขึ้นมากมาย แต่ไฉนเลยจะทำให้มนุษย์ลดความมักใหญ่ใฝ่สูงลงไปได้ ทำให้ในปัจจุบัน มนุษยชาติเกิดความขัดแย้งสองสิ่งอยู่ในตัวเอง นั่นคือความมักใหญ่ใฝ่สูงและมโนธรรมแห่งสันติภาพที่คอยฉุดรั้งและหลอกหลอนมิให้มนุษย์แสวงหาความมั่งคั่งได้โดยสะดวกเช่นที่ผ่านมาในหน้าประวัติศาสตร์ มนุษย์ทั้งปวงจึงต้องหันไปใช้วิธีการอื่นเพื่อแสวงหาความมั่งคั่งให้กับตัวนอกจากการเข้าแย่งชิงผู้อื่นเช่นในอดีตที่ผ่านมา และวิธีการที่ดีที่สุดก็คือการครอบงำทางเศรษฐกิจนั่นเอง
จากเดิมที่มนุษย์เลือกแสวงหาความมั่งคั่งและได้เปรียบเหนือคนกลุ่มอื่นด้วยการใช้กำลังทหารเข้าแย่งชิงพื้นที่ ทรัพยากร หรือแม้แต่โอกาสในการใช้ชีวิตของชนกลุ่มอื่นที่อ่อนแอกว่า อย่างที่เราเรียกโลกนั้นในยุคหนึ่งว่ายุคจักรวรรดินิยม(Colonialism)นั่นเอง บัดนี้มนุษย์ได้มองว่าวิธีการดังกล่าวเปนความป่าเถื่อน รุนแรงและไร้มนุษยธรรม จึงได้หันไปใช้วิธีการทางเศรษฐกิจด้วยการค้าขายและแสวงหาความมั่งคั่งจากการค้าขายที่ตนเป็นฝ่ายได้เปรียบ (Comparative Advantage) เป็นสิ่งสร้างความมั่งคั่งและหยิบยื่นความพินาศให้กับประเทศที่ด้อยกว่าตนทีละเล็กทีละน้อยอย่างไม่รู้ตัว
สินค้า IT ที่เราได้นำมาเสนอ ณ ที่นี้เป็นเพียงบางสิ่งที่พิสูจน์ว่า การล่าอาณานิคมของชาติตะวันตกได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ความรับรู้และรสนิยมของเราได้อย่างแนบเนียน ด้วยการหยิบยื่นสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า "ความทันสมัย" "ความเท่ห์" "ความมีรสนิยม" ที่พวกเขาผลิตให้กับกลุ่มคนที่ไม่สามารถผลิตสินค้าเช่นนั้นได้และต้องพึ่งพิงพวกเขาแต่ฝ่ายเดียวอย่างเราๆนี่เอง
ความน่ากลัวของการล่าอาณานิคมใหม่นั้นจึงอยู่ที่ มีน้อยคนเหลือเกินที่สามารถตระหนักได้ว่าสินค้าและการโฆษณาในรูปแบบนี้ได้นำมาซึ่งความเสียเปรียบเชิงเปรียบเทียบ(Comparative Disadvantage)ต่อชาติมหาอำนาจและได้นำมาซึ่งกระบวนการ "พัฒนาการของการด้อยพัฒนา"(Development of Underdevelopment) ซึ่งหมายถึงการที่เราต้องพึ่งพาเทคโนโลยีขั้นสูงและความทันสมัยจากต่างชาติ โดยที่เราไม่สามารถผลิตใช้เองได้ ทำให้เสียเงินออกนอกประเทศแลกกับสิ่งที่คนทั่วโลกบอกว่าเป็น "ความทันสมัย" นั่นเอง โดยอันที่จริงแล้วมันกลับทำให้ประเทศเราด้อยพัฒนาลงไปเรื่อยๆเพราะทั้งต้องพิ่งพิงและขาดดุลการค้ากับต่างชาติตลอดมา ทำให้ไม่สามารถพัฒนาประเทศด้วยตนเองได้ไปเรื่อยๆ
วาทกรรมการพัฒนาแบบ Globalization ที่สืบเนื่องมาจาก Modernization
การพัฒนาตามแบบ Modernization ก็คือการพัฒนาตามอย่างตะวันตก อย่างที่บางสำนักเรียกว่าเป็น Westernization นั่นเอง
การพัฒนาตามอย่างตะวันตกก็หมายถึงการรับเอาวัฒนธรรม เทคโนโลยี และแนวความคิดอย่างตะวันตกที่ถือว่าเป็น "ความเจริญก้าวหน้า" มาปรับใช้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดการยอมรับจากนานาอารยประเทศ กระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงสอง-สามศตวรรษที่ผ่านมา
ส่วน Globalization นั้นหมายถึงกระบวนการโลกาภิวัตน์ที่เชื่อมโยงโลกเข้าด้วยกัน การรับรู้ข่าวสารต่างๆจากทั่วโลกในระยะเวลาอันสั้น โดยมีเครื่องมือที่สำคัญคือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ICT)นั่นเอง
สิ่งที่สื่อให้เห็นจากการนำเสนอข่าวเรื่อง IT ที่ผ่านมานี้ก็คือ การเชื่อมโยงของสองกระบวนการดังกล่าวอย่างมีนัยยะสำคัญ นั่นคือ การที่โลกยังถือเอาวัฒนธรรม และเทคโนโลยีทางฝั่งตะวันตกว่าเป็นการพัฒนากระแสหลัก(Main Stream)อยู่ ทำให้โลกต้องเดินตามตะวันตกหรือแม้แต่ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นก็ยังต้องใช้เทคโนโลยีของชาวตะวันตกมาแข่งขันกับชาวตะวันตกด้วยเช่นกัน แสดงให้เห็นถึงพลังของ Modernization ที่ขยายบทบาทและอิทธิพลเรื่อยมาจนปัจจุบัน และเมื่อมาผนวกกับพลังของโลกาภิวัตน์ ที่ทำให้ข่าวสารความเป็นไปของ Modernization นั้นกระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ก็ยิ่งที่ให้โลกทั้งใบมุ่งหวังที่จะกลายเป็นอย่างตะวันตกมากขึ้นไปอีก
วาทกรรมดังกล่าวได้ครอบงำโลกอย่างเสมอมา และยิ่งมาทวีความรุนแรงมากขึ้นอีกในช่วงไม่กี่ทศวรรษนี้ โดยจะเห็นได้จากข่าวสารเรื่องเทคโนโลยีแทบทุกชิ้นที่ต่างก็บินตรงมาจากเหล่าประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างตะวันตกหรือญี่ปุ่นทั้งสิ้น ความน่ากลัวที่ตามมาจึงอยู่ที่ว่า การครอบงำด้วยวาทกรรมดังกล่าวจะสามารถครอบงำมนุษยชาติไปถึงระดับใด เพราะหากครอบงำมาในแง่ชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของสังคมแล้ว ก็รังแต่จะส่งผลกระทบต่อรากฐานทางสังคม การใช้ชีวิต และวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมที่มีอย่างยาวนานจนอาจเลือนหายไปได้ในที่สุด สิ่งนี้จะเป็นตัวเร่งชั้นยอดให้กับการล่าอาณานิคมใหม่ของชาวตะวันตก ดังที่ได้กล่าวไปในตอนต้นไงครับ
เห็นรึยังครับ ว่าจากการนำเสนอข่าวสารความเจริญ ความทันสมัยของสินค้า IT ในโลกที่เหมือนจะเป็นสิ่งที่ประเสริฐและทุกคนต่างก็ต้องการไขว่คว้ามาเป็นของตนนั้น กลับแฝงไปด้วยความน่ากลัวในเบื้องลึกที่สามารถทำลายได้แม้กระทั่งความคิดจิตใจ ความเป็นตัวของตัวเองของพวกเรา และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เงินในกระเป๋าของพวกเราได้อย่างหมดสิ้น
เอาละครับ โม้มาตั้งนานแล้ว ที่ผมอยากจะบอกที่สุดก็คือ ก่อนจะซื้ออะไรแพงๆก็ถามใจ ถามกระเป๋าตังค์ตัวเองก่อนด้วยนะครับ เกรงใจพ่อแม่ เห็นใจประเทศชาติบ้าง ซื้อแต่ของแพงๆมาใช้กัน เหมือนจะทำให้ตัวเองดูโก้เก๋ เหมือนจะทำให้ตัวเองดูดี แต่ก็อย่างว่าละครับ เข้าทาง"คนไทยได้หน้าฝรั่งมังค่าได้เงิน"กันทั้งนั้น
ว่าแล้วเราก็กลับบ้านไปหยิบสะดอมาใส่ เอามือถือมาตำน้ำพริกกันดีกว่า -_-\!

วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2550

โน้ตบุ๊กคอนเซ็ปต์ใหม่ Sony VAIO Zoom

เห็นตัวเครื่องของ Sony VAIO Zoom แล้ว บอกได้คำเดียวว่า สุดยอดครับ บางมากๆ เรื่องน้ำหนัก จึงไม่ใช่เรื่องที่จะต้องพูดถึงกันอีกต่อไป ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ และเท่ห์สุดๆ ถือไปไหนมาไหน ไม่ต้องอายใคแน่นอน
Sony VAIO Zoom นี้มีจุดเด่นอยู่ที่หน้าจอสกรีนเป็นแบบ Holographic glass หรือถ้าดูในภาพก็จะเข้าใจว่า ถ้าเราไม่ได้ใช้งาน หน้าจอก็จะเป็นแค่กระจกใสๆ เท่านั้น รวมทั้งคีย์บอร์ดที่จะเปลี่ยนไปเป็นสีทึบๆ ถ้าหากว่าเราไม่ได้ใช้งานเครื่อง ซึ่งถ้าผลิตตามคอนเซ็ปต์นี้ออกมาได้จริง รับรองว่าข่าวนี้จะฮือฮาไปทั่วโลกแน่ๆ
ซึ่งฟีเจอร์ที่นอกเหนือจากนี้ของ Sony VAIO Zoom ก็ยังไม่ได้เปิดเผยอะไรออกมา เพราะยังเป็นแค่โน้ตบุ๊กคอนเซ็ปต์อยู่ ซึ่งผมก็อยากเห็นตัวจริงเร็วๆ เหมือนกันครับ คงต้องรอไปอีกอย่างน้อย 2-3 ปีเป็นอย่างต่ำ
ที่มา: www.gizmodo.com

คลื่นลูกใหม่เทคโนโลยีจอแสดงผล


อีกไม่นาน เทคโนโลยีจอแสดงผลอาจเปลี่ยนรูปโฉมไปอีกขั้นโดยมีการพัฒนาให้มีขนาดบางลง ถึงขนาดว่าสามารถม้วนพับเก็บไว้ได้ ขณะที่ใช้พลังงานน้อยลงและมีอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ยาวนานขึ้นมาทดแทน เทคโนโลยีจอแสดงผลแบบที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันอย่างจอแสดงผลแอลซีดีที่ยังมี ข้อเสียตรงที่ใช้พลังงานมาก
เทคโนโลยีที่จะเข้ามาทดแทนแอลซีดีในวันข้างหน้า ยกตัวอย่างเช่น อุปกรณ์แสดงผลฟิล์มบางอินทรีย์เปล่งแสง หรือ โอแอลอีดี (OLED: Organic light-emitting diode) และเทคโนโลยีที่เรียกว่าไบ-สเตเบิล ซึ่งเแม้แต่ในปัจจุบันก็มีออกมาให้เห็นบ้างแล้วทั้งในเครื่องเล่นเกม เครื่องเล่นสื่อดิจิตอลเพื่อความบันเทิง เครื่องเล่นเพลงดิจิตอล และโทรศัพท์มือถืออัจฉริยะหรือสมาร์ทโฟน
ข้อดีของจอแสดงผลแบบโอแอลอีดีคือ ใช้พลังงานน้อยกว่าจอแบบแอลซีดีในขนาดเท่าๆ กันสูงถึง 40% ทั้งยังบางกว่าเป็นเท่าตัว เนื่องจากไม่ต้องอาศัยการส่องแสงออกมาจากหลังภาพ ทั้งยังให้ภาพที่คมชัดกว่า ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ทดลองใช้เทคโนโลยีดังกล่าวแล้ว เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาขนาดเล็กอย่างเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ และไรน์คอม รวมถึงโทรศัพท์มือถือรุ่นบางจากเคียวเซร่า นอกจากนี้ทางโซนี่ คอร์ปอเรชั่นเองยังมีแผนจะทำตลาดจอทีวีขนาดเล็กที่ใช้เทคโนโลยีโอแอลอีดี ภายในปีนี้ด้วย
นักวิเคราะห์ประเมินกันว่า โทรศัพท์มือถือไอโฟนของแอปเปิล ซึ่งเพิ่งวางตลาดไปในสหรัฐอเมริกาเมื่อปลายสัปดาห์ก่อนในที่สุดแล้วก็อาจ หันมาเปลี่ยนใช้จอแสดงผลที่ประหยัดพลังงานมากขึ้นอย่างโอแอลอีดีบ้างเช่นกัน หลังจากรุ่นนำร่องที่ใช้หน้าจอแสดงผลแอลซีดีใช้พลังงานค่อนข้างสูงทำให้การ ใช้งานแบตเตอรี่ค่อนข้างสั้น
"น่าจะเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลหากแอปเปิลจะเปลี่ยนมาใช้หน้าจอแสดงผลแบบโอ แอลอีดี ก็เพราะแอปเปิลกำลังคิดพัฒนาปรับปรุงเรื่องการใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานขึ้น แม้ตอนนี้แอปเปิลจะยังไม่มีการเปิดเผยแผนใดๆ ก็ตาม" นายคิม วูน-โอ นักวิเคราะห์จากพรูเดนเชียล อินเวสเมนต์ แอนด์ ซีเคียวริตี้ส์ กล่าว
แม้ในวงการสื่อสารไร้สายเทคโนโลยีโอแอลอีดีจะยังเพิ่งเริ่มแต่ในการพัฒนาจอ แสดงผลรุ่นดังกล่าวเพื่อทำตลาดมีปรากฏให้เห็นบ้างในกลุ่มผู้ผลิตจอแสดงผล แบบแอลซีดี ทั้งซัมซุง เอสดีไอ และโซนี่ จากการประเมินของบริษัทวิจัยด้านการตลาดไอซัพพลาย ตลาดสำหรับจอแสดงผลแบบโอแอลอีดี และแอลซีดีที่ใช้พลังงานน้อยมีแนวโน้มการเติบโตอย่างรวดเร็วโดยคาดว่าจนถึง ปีพ.ศ. 2555 อาจมียอดขายมากถึง 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 27% เทียบกับยอดขายในปีนี้ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากเทคโนโลยีโอแอลอีดีแล้วยังมีเทคโนโลยีจอแสดงผลที่เรียกว่า ไบ-สเตเบิล ซึ่งรักษาสถานะการแสดงผลภาพไว้ได้โดยไม่ต้องใช้พลังงานทำให้เหมาะต่อการใช้ เป็นจอแสดงผลในสถานที่สาธารณะและจอแสดงผลย่อยบนอุปกรณ์ต่างๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยังต้องพัฒนาในด้านของคุณภาพภาพที่ยังไม่ละเอียดมากนัก ก่อน
นายชุง โฮ-คยูน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของซัมซุง เอสดี กล่าวว่า ถึงตอนนี้ยังเป็นเพียงการเริ่มต้นของเทคโนโลยีใหม่ ตราบเท่าที่มีการพัฒนาคุณภาพและลดต้นทุนได้ถูกลงจนใช้งานได้แพร่หลายขึ้น เมื่อนั้นก็จะได้เห็นการเปลี่ยนโฉมหน้าเทคโนโลยีจอแสดงผลไปอีกขั้นซึ่งใน วันข้างหน้าอาจจะมีหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่เป็นจออิเล็กทรอนิกส์ซึ่ง อัพเดตข้อมูลแบบไร้สายม้วนหรือพับเก็บได้เช่นเดียวกับกระดาษก็เป็นได้

วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2550

เครื่องถ่ายเอกสารแปลภาษา


เครื่องถ่ายเอกสารแปลภาษา
บริษัท Fuji Xerox แห่งญี่ปุ่นได้พัฒนาเครื่องถ่ายเอกสารรุ่นใหม่ ที่สามารถสแกนเอกสารภาษาอังกฤษ และพิมพ์ออกมาเป็นญี่ปุ่นหรือเกาหลีได้ นอกจากนี้ยังสามารถทำงานกลับกันได้คือ แปลภาษาญี่ปุ่นหรือเกาหลีเป็นภาษาอังกฤษ ในขณะที่ยังคงเลย์เอาท์ของงานพิมพ์ได้ใกล้เคียงต้นฉบับอย่างน่าอัศจรรย์
เครื่องนี้ทำงานได้โดยเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่ทำหน้าที่แปลภาษาโดยเฉพาะในเดียวกันก็ใช้ซอฟต์แวร์หลายตัวในการแปลภาษาจากเอกสารต้นฉบับ เครื่องถ่ายเอกสารนี้ยังไม่ได้ผลิตมาเพื่อวางจำหน่ายโดยทั่วไป คงต้องรอดูว่าจะสามารถให้ผลการแปลได้ดีเพียงใด

ตู้เย็นมินิ


ตู้เย็นมินิ (Mini Fridge)
แก็ตเจ็ตวันนี้ขอนำเสนอ ตู้เย็นมินิ ที่ใช้พลังงานผ่านสาย USB ต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณได้ง่ายๆ ให้คุณสามารถแช่ขนมหรือเครื่องดื่มที่คุณโปรดปราน (จุมากสุดคือโค้ก ขนาด 1 กระป๋อง) ไว้ใกล้ๆตัวคุณบนโต๊ะทำงาน ไม่ต้องลุกไปเข้าครัวบ่อยๆให้เจ้านายรำคาญใจ... ตู้เย็นมินิเครื่องนี้สามารถให้ความเย็นได้ 8.5 องศาเซลเซียส บริษัทแบรนโด้ จากประเทศฮ่องกงเป็นผู้จัดจำหน่าย ราคาอยู่ที่ประมาณ US$33

บางและเบา, K3 MP3 Player จากซัมซุง


คงจะเห็นผ่านตา และเชื่อว่าหลายคนคงจะมีไว้ในครอบครองแล้ว เครื่องเล่นเอ็มพี 3 ของซัมซุงรุ่น K3 ที่มีรูปร่างและสีสันโดนใจมาก ๆ มี 3 สีให้เลือก คือ ดำ แดง และเขียว รูปทรงของ K3 เห็นแล้วนึกถึงหุ่นของสาว ๆ สมัยนี้ เพราะทั้งบางและแบนไปทั้งตัว น้ำหนักก็ย่อมเยา แค่ 50 กรัมเท่านั้น หน้าจอเป็นระบบสัมผัสที่ไวมาก ๆ เวลาใช้อย่าลืมล็อกปุ่ม ไอคอนที่แสดงถึงการเข้าถึงฟังก์ชันการใช้งานประเภทต่าง ๆ เช่น มิวสิก วิทยุ ภาพถ่าย ออกแบบได้น่ารักดี เป็นลายจุดมาต่อกันเป็นรูปร่างต่าง ๆ มิวสิก ก็จะเป็นรูปหูฟัง วิทยุ ก็จะเป็นรูปวิทยุทรานซิสเตอร์ ขนาดของ K3 ไม่ใหญ่ไม่เล็ก ขนาดกำลังพอดีกับฝ่ามือ มีความหนาเพียง 6.95 มม. จอแสดงผล 4 สี ขนาด 1.8 นิ้ว การใช้งานไม่ยุ่งยากก็เหมือนเครื่องเล่นเอ็มพี 3 ของซัมซุงรุ่นอื่น ๆ หลัง จากแปลงเพลงที่ต้องการแล้ว ก็เพียงลากไฟล์เพลงเหล่านั้นมาไว้ในเมนูมิวสิก โดยผ่านการเชื่อมต่อพอร์ตยูเอสบีของคอมพิว เตอร์ ไม่ต้องไปลงโปรแกรมอื่นให้ยุ่งยาก แค่ เสียบเข้ากับพอร์ตยูเอสบีเครื่องคอมพิวเตอร์ เหมือนเสียบแฟลชไดร์ฟ จากนั้นก็คลิก ๆ ก็เสร็จขั้นตอน หากเป็นไฟล์ข้อมูล ไฟล์รูปภาพก็ทำเหมือนกัน แต่ต้องใส่ให้ถูกกล่องไม่งั้นหาไฟล์ไม่เจอไม่รู้ด้วยนะ วิธีการชาร์จก็ไม่ยุ่งยาก เพราะชาร์จผ่านยูเอสบีคอมพิวเตอร์ไม่นานก็เต็ม แบตเตอรี่ของรุ่นนี้อึดมาก ๆ อยู่ได้หลายวัน ที่ชอบมากก็คือเสียงเบสกระหึ่มและใสดี จุดเด่นอีกอย่างก็คือ หากอุปกรณ์ในบ้าน เช่น ทีวี หรือเครื่องเสียงเป็นของซัมซุงรุ่นใหม่ ๆ ก็สามารถเอา K3 ไปเชื่อมต่อก็จะได้ฟังเพลงผ่านลำโพงของชุดเครื่องเสียงที่บ้านได้ K3 ยังมีชุดแต่งเป็นลำโพง รูปทรงยาว ๆ สีดำ เอา K3 มา สอดเข้าไป ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันเข้าสู่โหมดลำโพง คราวนี้ก็เผื่อเสียงเพลงให้คนรอบข้างฟังได้ โดยไม่ต้องใช้หูฟัง แค่วางไว้บนโต๊ะก็เท่จะแย่ หน่วยความจำของ K3 มีให้เลือก 3 ความจุ คือ 1, 2 และ 4 GB ราคาประมาณ 4,990-7,490 บาท แนะนำให้สอบถามราคาปัจจุบันจากร้านตัวแทนจำหน่ายอีกที คุณภาพกับราคาขนาดนี้ถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม.
http://tech.mthai.com/views_2_samsung-mp3-plaer-k3_72_10624_1.html

วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2550

มือถือของปลอม

แทบจะเก็บโนเกีย N95 เอาไว้ในกระเป๋าเมื่อเห็นโทรศัพท์ N95 อีกเครื่องที่หน้าตาละม้ายเหมือนแฝดคนละฝา แต่หากค่อย ๆ มองไปทีละส่วนก็จะเห็นความแตกต่างได้ชัดเจน ก็ใครจะไปคิดว่ามีผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือโนเกียปลอมมาวางจำหน่าย แค่หูฟัง แฮนด์ฟรี หน้ากาก แบตฯ อุปกรณ์เสริมของปลอมยังพอเห็นจนชินตา แต่นี่ปลอมทั้งเครื่องและยังใช้งานได้จริงอีกด้วย ราคาก็ถูกกว่า มร.บ็อบ แม็คดูกัล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารลูกค้าและการตลาด บริษัทโนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในการสัมมนา รู้เท่าทัน ความปลอดภัยในโลกการ สื่อสาร ซึ่งโนเกียจัดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน ณ โรงแรมคอนราด ว่า ปัจจุบันโนเกียเจอปัญหาโทรศัพท์ มือถือปลอม เลยต้องจัดสัมมนาเพื่อกระจายความรู้ให้ผู้บริโภคได้รับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับ แบตเตอรี่และโทรศัพท์มือถือของแท้ ที่ผลิตได้มาตรฐานและรับประกันด้านความปลอดภัยในการใช้งาน สิริ นีละวัฒนาศุข หัวหน้าส่วนผลิตภัณฑ์การตลาด ของโนเกีย ประเทศไทย กล่าวถึงโทรศัพท์มือถือปลอมว่า โทรศัพท์มือถือของโนเกียทุกเครื่องผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน ISO ปกติแล้วค่า SAR หรือระดับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน หากในยุโรปจะกำหนดไว้ที่ 2 วัตต์ต่อกิโลกรัม สหรัฐอเมริกา 1.6 วัตต์ต่อกิโลกรัม แต่สำหรับโนเกียทุกรุ่นจะมีค่า SAR ต่ำกว่า 1.6 วัตต์ต่อกิโลกรัม เช่น N70 มีค่า SAR 1.1 วัตต์ต่อกิโลกรัม รุ่น 6070 มีค่า SAR 0.84 วัตต์ต่อกิโลกรัม แต่หากเป็นโทรศัพท์มือถือปลอมจะมีค่าเหล่านี้ไม่ได้ตามมาตรฐาน เมื่อไม่ได้มาตรฐานก็จะส่งผลต่อคุณภาพการใช้งาน ทั้งความทนทาน ความชัดเจนของกล้องถ่ายรูป แอพลิเคชั่นภายในตัวเครื่อง รวมไปถึงการอัพเกรดซอฟต์แวร์ต่าง ๆ หากโชคร้ายก็เจอปัญหาแบตเตอรี่ระเบิด เพราะกระแสไฟฟ้าลัดวงจร สำหรับโทรศัพท์มือถือปลอมที่พบในขณะนี้คือ รุ่น N95, N70 ซึ่งเป็นรุ่นที่โนเกียวางจำหน่ายแล้ว และยังมีของปลอมในรุ่นที่โนเกียไม่เคยผลิตเลยก็มี เช่น N97 และN99 มือถือปลอมและของแท้เมื่อนำมาเทียบกันจะเห็นความแตกต่างชัดเจนมาก เช่น รุ่น N95 ของแท้จอจะสไลด์ได้ทั้งสองด้าน คือสไลด์ขึ้นเพื่อกดปุ่มตัวเลข หรือสไลด์อีกด้านเพื่อใช้งานเครื่องเสียง กล้องมีแฟลช ปุ่มเปิดและปิดเครื่องอยู่ด้านบน แต่หากเป็น N95 ของปลอม ก็ต้องยอมรับในความไฮเทค เพราะจอเป็นระบบสัมผัส มีปากกาสไลตัสให้ใช้งาน ปุ่มเปิดปิดด้านบนทำไว้หลอก ๆ ให้มาใช้ปุ่มเปิดปิดที่แป้นปุ่มกด กล้องไม่คมชัด และที่สำคัญตัวอักษรโนเกียที่ฝาหลังจะมีขนาดใหญ่กว่าปกติ อันที่จริง แค่เห็นกล่องก็น่าจะรู้ถึงความแตกต่าง เพราะกล่องมือถือของทำเลียนแบบจะมีตัวอักษรภาษาจีนเต็มไปหมด ไม่ระบุยี่ห้อและที่มาบนกล่อง ในขณะที่ของแท้จะมีภาษาอังกฤษ ภายในกล่องมีอุปกรณ์และคู่มือภาษาอังกฤษ ข้อแตกต่างอีกอย่างก็คือ ราคาที่ต่างกันอย่างชัดเจน ยกตัวอย่าง N95 ของแท้ราคาวางจำหน่ายจะอยู่ประมาณ เกือบสามหมื่นบาท แต่ของปลอมเท่าที่ถามราคามาจะอยู่ที่ประมาณสี่พันถึงแปดพันบาท อันนี้เป็นวิธีสังเกตจากภาคสนาม โนเกีย ประเทศไทย ก็มีเคล็ดลับหากลูกค้าไม่แน่ใจหรือต้องการตรวจสอบว่ามือถือที่ซื้อมาใช้ นั้นเป็นของจริงหรือไม่ ก็ตรวจจากหมายเลขอีมี่ประจำเครื่อง เลขอีมี่จะอยู่ในตัวเครื่องต้องถอดแบตฯ ออกมาแล้วจะเห็น หรือจะกด *#06# เพื่อเรียกดูอีมี่จากตัวเครื่องแล้วเทียบหมายเลขอีมี่ที่กล่อง ต้องเป็นเลขชุดเดียวกัน หากไม่ตรงกันก็ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า อาจจะเจอของปลอม หากพบว่ามือถือที่กำลังจะซื้อหรือซื้อมาแล้ว ไม่มีโลโก้โนเกีย เป็นรุ่นที่โนเกียไม่เคยผลิต หากเป็นแบตเตอรี่ไม่มีสติกเกอร์โฮโลแกรม ไม่มีใบรับประกันสินค้า และราคาแตกต่างจากที่วางขายในร้านโนเกีย ก็พึงระวังเอาไว้ หากไม่แน่ใจให้โทรฯ เข้ามาสอบถามที่โนเกียแคร์ไลน์ หมายเลข 0-2640-1000 หรือเว็บไซต์ www.nokia.co.th คำแนะนำและขั้นตอนเหล่านี้อาจจะยุ่งยากสำหรับคนที่ไม่ชอบเทคโนโลยี แต่ก็ไม่ยากเกินไป อีกวิธีหนึ่งที่หลีกเลี่ยงของปลอมง่ายสุด ๆ ก็คือ อย่าเห็นแก่ของถูก โนเกียไม่เคยขายมือถือกลุ่มเอ็นซีรีส์ในราคาแค่หลักพันบาท เฮ้อ... โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรม เมื่อไหร่จะมีของดีราคาถูกมั่งเนอะ.

http://tech.mthai.com/views_2_nokia-n95_68_10437_1.html

วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2550

บทวิเคราะห์ 3

ในสังคมปัจจุบัน เราไม่สามารถที่จะปฎิเสธการเข้ามาของเทคโนโลยีตะวันตกได้เลย เนื่องจากการที่สามารถช่วยอำนวยความสะดวกแก่เราในด้านต่างๆ จึงทำให้เกิดการไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องของวัฒนธรรมตะวันตก ตามที่ได้ศึกษาจากในห้องเรียน เรื่อง “The Lexus and The Olive Tree” เป็นบทเรียนแก่เราเป็นอย่างดีในการเลือกที่จะรับเทคโนโลยีตะวันตกอย่างชาญฉลาด เราไม่สามารถที่จะปฎิเสธเทคโนโลยีตะวันตกได้ เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตมนุษย์ไปแล้ว แต่เราจะต้องเลือกรับเทคโนโลยี โดยที่ไม่ทำลายวัฒนธรรมของชาติ สาเหตุที่ผมยกเรื่อง “The Lexus and The Olive Tree” มากล่าวก็เนื่องจากว่า ในสังคมไทยปัจจุบัน ได้ถูกกระแสเทคโนโลยีตะวันตกไหลเข้ามาครอบงำอย่างต่อเนื่อง จนทำให้วัฒนธรรมหลายอย่างที่ดีงามของเราต้องหายไป อีกทั้งยังทำให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งทุนนิยมวัตถุนิยมมากขึ้น นอกจากนี้ผู้ปกครองยังสร้างการครอบงำทางวัฒนธรรมให้แก่บุตรหลานตั้งแต่เด็ก ก็คือทุกวันนี้เราปฏิเสธไม่ได้ว่า แทบทุกบ้านจะมีคอมพิวเตอร์ไว้ให้บุตรหลานใช้งานหรือแม้กระทั่งให้บุตรหลานได้เรียนพิเศษเรื่องคอมพิวเตอร์ ทั้งๆที่บางบ้านเราต้องยอมรับว่ามีฐานะทางเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีนัก การครอบงำของเทคโนโลยีไม่เพียงหยุดเท่านี้ แต่ยังสืบเนื่องไปถึง การใช้เวลาว่างของเด็กด้วย โดยผลพวงของเทคโนโลยีทำให้เกิดสินค้าเพื่อความบันเทิงอย่างเกมส์ออนไลน์ขึ้น ประจวบกับเด็กเองก็มีความคุ้นเคยกับการเล่นเกมส์จากคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว จึงเป็นเรื่องมที่ง่ายมากที่เกมส์ออนไลน์จะแทรกเข้าไปอยู่ในใจของเด็ก รวมทั้งในสังคมแห่งการแข่งขัน ตัวพ่อแม่ผู้ปกครองเอง ก็ไม่ค่อยมีเวลาให้แก่บุตรหลานมากนัก จึงไม่สามารถที่จะหากิจกรรมอื่นมาให้ทำแทนที่การเล่นเกมส์ได้ อีกทั้งพ่อแม่เองก็อาจจะมองว่าการเล่นเกมส์ช่วยให้ลูกเกิดการผ่อนคลายความตึงเครียด สิ่งสนับสนุนเกมส์ออนไลน์อีกประการหนึ่งก็คือ เพื่อน หากว่าเพื่อนๆต่างเล่นเกมส์แล้วเราไม่เล่น เราก็จะรู้สึกว่าตนเองเป็นคนแปลกแยก จึงต้องหันไปเล่นกับเพื่อนด้วย รวมทั้งการผุดตัวอย่างรวดเร็วของอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ต่างๆ ทำให้อำนวยความสะดวกแก่การเล่นเกมส์ออนไลน์ไปในตัว เพราะนอกจากจะเข้าถึงง่ายแล้ว ทางร้านเองก้มีการบริการเสร์จสรรพ ทั้งอาหารเครื่องดื่ม รวมทั้งการขายเงิน หรือสิ่งของที่มีในเกมส์ออนไลน์ด้วย ถึงแม้ว่าชื่อร้านจะบอกว่าเป้นอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ แต่พอลองเข้าไปดูในร้าน จะพบว่าส่วนใหญ่จะมาเล่นเกมส์แทบทั้งนั้น เมื่อเด็กเข้ามาเล่นเกมส์ออนไลน์แล้วก็จะมีการสร้างตัวละครผ่านเกมส์ และด้วยความที่เกมส์ออนไลน์ปัจจุบันมีความเสมือนจริงมากยิ่งขึ้น ทำให้เราเชื่อมโยงอารมณ์เข้าไปภายในเกมส์ด้วย เป็นการประสานกันระหว่างชีวิตจริงกับเกมส์ออนไลน์ไปในตัว ทำให้ในบางครั้งเราจะติดคำพูดที่อยู่ในเกมส์ออนไลน์มาใช้ในชีวิตจริง บางคนหมกมุ่นอยู่กับเกมส์ออนไลน์เป็นวันๆก็มี จนทำให้ส่งผลต่อการเรียนการเข้าสังคมและอื่นๆอีกมากมาย
ผมไม่ได้กล่าวหาว่าเกมส์ออนไลน์เป็นสิ่งที่เลวร้าย เพราะในบางครั้งการเล่นเกมส์ออนไลน์มันก็ช่วยผ่อนคลายอารมณ์ความตึงเครียด และสร้างความสนุกสนานแก่เรา แต่เราจะต้องเล่นเกมส์ออนไลน์อย่างมีสติ เราเป็นผู้กำหนด ไม่ใช่ว่าให้เกมส์เป็นผู้กำหนดเรา ก็เหมือนกับจากบทเรียนเรื่อง “The Lexus and The Olive Tree” หากเราไม่เลือกที่จะรับเทคโนโลยีอย่างมีสติแล้ว เทคโนโลยีนั้นก็จะหันมาทำลายเรา ดังเช่นการเล่นเกมส์ออนไลน์หากเราเล่นอย่างไม่ลืมหูลืมตาหมกมุ่นมากเกินไป เกมส์ออนไลน์ก็จะย้อนกลับมาทำลายชีวิตของเรา

Apple เตรียมแถลงเปิดตัว iPhone ในลอนดอนสัปดาห์หน้า

Apple เตรียมจัดงานแถลงข่าวในสัปดาห์หน้าที่ร้าน Apple Store ในลอนดอน คาดว่าจะเป็นการเปิดตัว iPhone พร้อมทั้งเปิดตัวผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในอังกฤษที่จะจำหน่าย iPhone
โดย Apple ได้เริ่มส่งจดหมายเชิญสื่อมวลชลต่างๆแล้วแต่ไม่ได้เปิดเผยอย่างแน่ชัดว่า ในการแถลงข่าวดังกล่าวจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร แต่คาดว่าน่าจะเป็นการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือ iPhone ในอังกฤษพร้อมทั้งมีการเปิดเผยรายชื่อของบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในอังกฤษ ที่จะได้เป็นตัวแทนจำหน่าย iPhone เนื่องจากก่อนหน้านี้ Apple ได้เปิดเผยว่าจะมีการส่ง iPhone ลงจำหน่ายในยุโรปภายในช่วงสิ้นปีนี้ โดยขณะนี้นั้น O2 ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ ก็ยังไม่ยืนยันว่าจะตัดสินใจเป็นผู้จำหน่าย iPhone หรือไม่ เนื่องจาก Apple ต้องการที่จะได้รับส่วนแบ่งจากค่าใช้บริการโทรศัพท์ ที่มีการใช้ผ่าน iPhone ด้วยเหมือนกับที่ Apple ตกลงกับ AT&T ไว้ก่อนหน้านี้ โดยก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาแล้วว่า Apple ได้เลือก T-Mobile ให้เป็นผู้จำหน่ายในเยอรมัน และ Orange เป็นผู้จำหน่าย iPhone ในฝรั่งเศสแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ


http://www.pantip.com/tech/newscols/news/business.html

บริษัทเยอรมันส่งจักรยานออกกำลังกายที่เชื่อมต่อแข่งขันผ่านเน็ตได้

Daum Electronics บริษัทจากเยอรมันได้เปิดตัว Ergo Bike Premium 8i จักรยานออกกำลังกายที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อแข่งขันปั่นจักรยานกับผู้ใช้จากที่อื่นๆทั่วโลกได้
โดยจักรยานออกกำลังกาย Ergo Bike Premium 8i นั้นจะมีโปรแกรมแข่งขันให้ผู้ใช้ได้เลือกว่าจะเข้าแข่งขันในสนามการแข่งขันใด ซึ่งจะมีผู้ใช้รายอื่นๆจากทั่วโลกเข้ามาแข่งขันด้วย โดยจะมีเซ็นเซอร์จับความเร็ว, อัตราการเต้นของหัวใจ, ระยะทาง และพลังงาน ซึ่งตัวจักรยานเองก็ถูกออกแบบมาให้ใกล้เคียงกับจักรยานจริงมากที่สุด และยังจะมีชุดหูฟังให้ผู้ใช้สามารถพูดคุยกันเองได้ผ่านระบบ VoIP และมีการนำข้อมูลต่างๆไปแสดงให้ผู้เล่นรายอื่นดูได้ด้วย ซึ่งปัจจุบันจักรยาน Ergo Bike Premium 8i นั้นได้ถูกจำหน่ายไปในยุโรป และอัฟริกาใต้แล้วระยะหนึ่ง โดยกำลังถูกนำไปเปิดตลาดในสหรัฐฯในราคา 3,500ดอลลาร์สหรัฐฯ

http://www.pantip.com/tech/newscols/news/internet.html

Intel ประกาศลดราคาซีพียูลง!!!

สวัสดีครับ, เพื่อนๆวันนี้ผมไปเจอข่าวนี้มาเลยรีบมาบอกเล่าให้ฟังกันครับสำหรับ เพื่อนๆที่กำลังรีๆรอๆ ที่จะซื้อโน๊ตบุค อยู่ก็คงเห็นเป็นข่าวร้ายกันซักหน่อยนะครับ เพราะว่าคงได้รอกันไปอีกซักพักเลย...

บริษัท Intel ได้ยืนยันแล้วเมื่อวันที่ 8 กันยายน ว่าจะทำการลดราคาของซีพียูลง โดยบางตัวจะลดราคาลงถึง 40% เลยก็มีนะครับ อีกทั้งยังจะออกซีพียูตัวใหม่คือ Single Core 2 Processor หรือก็คือซีพียูตระกูล Core2Duo นั่นแหละครับแต่ว่าจะมีเพียง 1 คอร์เท่านั้น ต่างจากที่อยู่ในปัจจุบันจะมีแต่ 2 คอร์เท่านั้น

นอกจากนั้นยังจะมีการวางจำหน่ายซีพียู Core 2 Extreme X7900 (Gaming CPU) ซึ่งจะมีสัญญาณนาฬิการที่ 2.8GHz แล้วก็ยังมีตัว ซีพียู T7800 ที่จะมาแทนที่ซีพียูซีรีย์ T ตัวท๊อปในปัจจุบัน (T7700 ทำงานที่ความเร็ว 2.6GHz) ดังนั้นตัว T7700 และ T7500 จึงมีราคาลดลงจากเดิมที่ราคา $530 และ $316 ปรับลงเหลือ $316 และ $241 (ฟังราคาแล้วยั่วกิเลสเหลือเกิน) โดยตัว T7800 จะมาแทนที่ราคา $530 แทนน่ะครับ

ทางอินเทลยังทำการแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับซีพียู Core 2 Duo T7250 ที่เหมือนกับ T7300 (รุ่นนี้นิยมมากในประเทศเราครับ) แต่ว่าจะมี Cache L2 น้อยกว่าครึ่งนึง คือมี Cache L2 2MB ส่วน T7300 จะมี 4MB น่ะครับ โดยราคาของ T7250 ตัวนี้อยู่ที่ $209

สำหรับ Core 2 Solo ที่เปิดตัวมาใหม่นี้ ถือเป็นซีพียู Single Core ตัวล่าสุดจากทาง Intel เลยเพราะว่านานแล้วเหมือนกันที่ทาง Intel ไม่ได้ออกซีพียูประเภทนี้ออกมาเลย นับตั้งแต่ว่า Core Solo แล้ว เบื้องต้นจะมี 2 รุ่นคือ U2200 และ U2100 ทำงานที่ความเร็ว 1.2GHz และ 1.06GHz ตามลำดับ โดยซีพียูพวกนี้จะอยู่ในตระกูล Ultra Low Voltage (ULV) มี Cache L2 1MB และ FSB 533MHz

ไม่ใช่เพียงตระกูล Core Architecture เท่านั้นะครับที่มีการออกตัวใหม่มา ตระกูล Celeron M ก็ออกซีพียูสุดคุ้มมาให้เราได้ใช้งานเช่นกันในรุ่น 550 และ 530 ทำงานที่ความเร็ว 2.0GHz และ 1.73GHz ตามลำดับ ส่วนซีพียูตัวเก่า Celeron M 540 นั้นราคาจะตกลงมาจาก $134 มาเป็น $107

สุดท้ายยังมีอีกครับคือ Celeron รุ่นประหยัดพลังงาน (ปกติตัวมันเองก็ประหยัดอยู่แล้วนะเนี่ย...) Celeron M ULV โดยจะมีชื่อรุ่นว่า 523 ทำงานที่ความเร็ว 933MHz ราคาอยู่ที่ $161 ครับ

ราคาที่ประกาศในนี้ทั้งหมดคือราคาที่ซื้อจำนวน 1,000 ยูนิตขึ้นไปนะครับ เพราะฉะนั้นขอให้เตรียมใจไว้ซักนิดนะครับว่า มันจะแพงกว่านี้ แล้วพอเข้าประเทศเราก็จะเพิ่มขึ้นไปอีกนิดหน่อย แต่ว่าขอให้ผู้ที่กำลังจะซื้อโน๊ตบุค หรือกำลั้งเล็งๆไว้ก็ช่วงนี้ขอแนะนำให้ใจนิ่งๆไว้ครับ ไม่นานราคาโน๊ตบุคต้องลดลงตามด้วยแน่ะครับ ถ้าไม่รีบร้อนยังไงก็รออีกซักหน่อยดีกว่านะครับ จะได้ของราคาคุ้มแสนคุ้มไปใช้งานนน... (อิจฉาเล็กๆแฮะ) งั้นวันนี้ผมก็ขอสวัสดีไปก่อนนะครับ แล้วถ้ามีข่าวน่าสนใจอย่างนี้มาอีก จะมาเล่าให้ฟังกันเรื่อยๆนะครับ สวัสดีครับ


แหล่งที่มา : www.notebookspec.com

Olympus เปิดตัวกล้อง DSLR ใหม่ล่าสุด 2 รุ่น

Olympus เปิดตัวกล้องดิจิตอล SLR ใหม่ล่าสุด 2 รุ่นซ้อน ได้แก่ Olympus E510 และ Olympus E410
Olympus เปิดตัวกล้องดิจิตอล SLR ใหม่ล่าสุด 2 รุ่นซ้อน ได้แก่ Olympus E510 และ Olympus E410 โดยที่กล้องOlympus E510 มีจุดเด่นที่สุดอยู่ที่ระบบ Image Stabilizer แบบใหม่ล่าสุด ที่พัฒนามาจากระบบกำจัดฝุ่นที่เซ็นเซอร์แบบ Supersonic ส่วนกล้อง Olympus E410 มีจุดเด่นที่เป็นกล้อง DSLR รุ่นที่เล็ก บาง และเบาที่สุดในโลก
Olympus E510
Olympus E510 กล้องดิจิตอล DSLR รุ่นล่าสุดจาก Olympus เป็นกล้องรุ่นใหม่ที่พัฒนามาจาก Olympus E-500 โดยได้มีการปรับปรุงเทคโนโลยีของกล้องเพิ่มเติมมากมาย อาทิเช่น เพิ่มความละเอียดของเซ็นเซอร์รับภาพเป็น 10 ล้านพิกเซล, ใช้ชิพประมวลผลภาพรุ่นใหม่ TruePic lll ที่ใช้พลังงานน้อยลง มีความร้อนน้อยลง และลดสัญญาณรบกวน (Noise) ได้ดีขึ้น
และเทคโนโลยีเด่นที่สุดใน Olympus E510 คือ Supersonic Image Stabilizer ซึ่งเป็นระบบป้องกัน ภาพสั่นไหวที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่โดยมีพื้นฐานมาจากระบบป้องกันฝุ่นที่เซ็นเซอร์รับภาพแบบ Supersonic อันเลื่องชื่อของ Olympus
สำหรับสเปคของ Olympus E510 อย่างคร่าวๆ มีรายละเอียดดังนี้
• กล้อง D-SLR พร้อมด้วยระบบ image stabiliser
• เซ็นเซอร์ Live MOS ความละเอียด 10.9 ล้านพิกเซล (3648 x 2736 พิกเซล)
• Live Preview• ชิพประมวลผลภาพ TruePic lll• Hi-Speed USB 2.0
• จอภาพ 2.5”/6.4cm HyperCrystal LCD
• ระบบป้องกันฝุ่น Supersonic Wave Filter
• โหมดถ่ายภาพ 28 แบบ (ได้แก่ 5 exposure, 5 creative และ 18 scene modes)
• มีแฟลชในตัว (GN 10)
• ถ่ายภาพต่อเนื่อง 3 ภาพต่อวินาที (ความเร็วสูงสุด 7 ภาพต่อวินาทีในแบบ RAW )
• ISO สูงสุดที่ 1600• ระบบวัดแสง 49 จุด
• ใช้หน่วยความจำแบบ CF และ XD

Olympus E410
Olympus E410 กล้องดิจิตอล DSLR ที่ออกแบบมาเพื่อครองแชมป์ กล้อง DSRL ที่มีขนาดเล็ก บางและเบาที่สุดในโลก ต่อจากกล้อง Olympus E400 โดยใน Olympus E410 ได้มีการเพิ่มเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าไปอีกมาก ซึ่งถ้าดูจากสเปคแล้วจะเหมือนๆกับ E510 มาก จะขาดก็เพียงระบบ Image Stabilizer เท่านั้น
สำหรับสเปคของ Olympus E410 อย่างคร่าวๆ มีรายละเอียดดังนี้
• กล้อง D-SLR เซ็นเซอร์ Live MOS ความละเอียด 10.9 ล้านพิกเซล (3648 x 2736 พิกเซล)
• Live Preview• ชิพประมวลผลภาพ TruePic lll
• Hi-Speed USB 2.0• จอภาพ 2.5”/6.4cm HyperCrystal LCD
• ระบบป้องกันฝุ่น Supersonic Wave Filter
• โหมดถ่ายภาพ 32 แบบ (ได้แก่ 5 exposure, 7 creative และ 20 scene modes)• มีแฟลชในตัว (GN 10)
• ถ่ายภาพต่อเนื่อง 3 ภาพต่อวินาที (ความเร็วสูงสุด 7 ภาพต่อวินาทีในแบบ RAW )
• ISO สูงสุดที่ 1600• ระบบวัดแสง 49 จุด
• ใช้หน่วยความจำแบบ CF และ XD

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2550

Nintendo Wii

Nintendo Wii มอบความสนุกสนานแบบสุดขีดสุดขั้วด้วยงบที่ต่ำแสนต่ำ และแม้แต่คนขี้ตืดจอมงกก็ยินยอมพร้อมใจที่จะควักกระเป๋าซื้ออุปกรณ์เสริมราคาไม่แพงเหล่านี้

1) Sports Pack
เค้นเอาความสนุกออกมาจากเกม Wii Sports ได้ไม่เต็มที่งั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นคุณต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์เสริมสำหรับเล่นกีฬาต่างๆ อย่างจำเพาะเจาะจงโดยมีทั้งกีฬาแข่งรถ Racing Grip, ตีกอล์ฟ Golf Grip และเทนนิส Racket Grip และอื่นๆ ชุดนี้แล้วล่ะเพื่อนราคา : £20 (ประมาณ 1,360 บาท) www.joytech.co.uk
2) Pyramat SoundRocker PM220
เก้าอี้ที่มีลำโพงในตัวรุ่นใหม่ล่าสุดตัวนี้ได้รับการปรับปรุงให้มีพลังเสียงที่หนักแน่นทรงพลังยิ่งขึ้น (ซับวูฟเฟอร์ขนาด 5.5 นิ้วกำลังขับ 30 วัตต์) มีช่องต่อสัญญาณสำหรับ iPod สำหรับฟังเพลงผ่อนคลายอารมณ์และมีช่องต่อสัญญาณสำหรับต่อเข้ากับเก้าอี้สี่ตัวเพื่อการเล่นเกมแบบ multi-player สั่นสะเทือนสนุกกันยกแก๊งราคา£150 (ประมาณ 10,200 บาท) www.firebox.com
3) Grundig Lenaro 42
ดวงตาของคุณจะเอ่อล้นด้วยน้ำตาแห่งความปิติยินดีเมื่อได้เห็นภาพบนจอทีวีเครื่องนี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับแสดงภาพกราฟิกสีสันงดงามตระการตาและราบรื่นนุ่มนวลสุดๆ ของเจ้า wii นี่คือความเพลิดเพลินทางสายตาอย่างเต็มๆ เพียวๆ 42 นิ้วไม่มีสิ่งแปลกปลอมเจือปนราคา : £995 (ประมาณ 67,660 บาท) www.grundig.co.uk
4) LG LHW360SE
ลำโพงระบบไร้สายห้าตัวและซับวูฟเฟอร์ขนาดบะเฮิ่มอีกหนึ่งตัวจะทำให้การเล่นเกมในยามเย็นที่บ้านของตัวเองกลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ อย่าไปสนใจชื่อรุ่นที่มีตัวเลข “360” เล๊ย จริงๆ แล้วกำลังขับรวมของมันคือ 300 วัตต์ซึ่งเหลือเฟือแล้วสำหรับเกมมันส์ๆ อะไรก็ได้ นี่คือชุดโฮมเธียเตอร์ระบบเซอร์ราวนด์ขนาดเล็กกะทัดรัดสวยงามน่าใช้จริงๆ
ราคา : £200 http://uk.lge.com

ที่มาของบทความ http://technology.msnth2.com/article.asp?rid=1366&art=preview&id=6082



Samsung Full HD M8


นิยามสั้นๆของมันก็คือ Art of Perfection หรือ ศิลปะแห่งความสมบูรณ์แบบ
อดสงสารพนักงานของซัมซุงที่นำพาเจ้า Full HD M8 มาส่งไม่ได้ เพราะมันใหญ่โตอลังการเสียนี่กระไร แล้วยิ่งไปกว่านั้น เขาคนนั้นมาคนเดียวครับพี่น้อง...ถ้าแบกคนเดียวไหวผมจะขนานนามว่า เฮอร์คิวลิสเมืองไทย เลยไม่ต้องบอกเลยว่าคนที่เดือดร้อนก็คือผมนี่แหละ ต้องโดดเข้าไปช่วยประหนึ่งฮีโร่จากดาวอันไกลโพ้น (เท่ขนาดนั้นเลยหรือนี่?)ด้วยร่างกายอันแข็งแรงบึกบึน (ตรงไหน) ผมลมแทบจับกว่าจะแบกเจ้าจอยักษ์ขึ้นมาสถิตบนห้องทำงานได้ รุ่นนี้มีให้เลือก 4 ขนาด คือ 40, 46 และ 52 นิ้ว (LA40/46/52M81B) ตามลำดับ (เจ้าตัวนี้ขนาด 40 นิ้ว) ว่ากันว่าเป็นตัวท็อปของซัมซุงเลยทีเดียว แกะกล่องมายลเสียหน่อย โอ้ว...มันหน้าตาดีอย่างแรง สวย หรู ไฮโซ ดูมีคลาสมากๆ พื้นผิวหน้าสีดำเงาเคลือบด้วยโครเมี่ยม เข้ากันกับกรอบจอบางๆ พิเศษอย่างลงตัว ไม่เสียชื่อแบรนด์ซัมซุงที่โดดเด่นเรื่องดีไซน์มาตลอดภาคของการเชื่อมต่อนั้น ต้องบอกว่าแอลซีดีของซัมซุงทำได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยช่องต่อสัญญาณ High-Definition Multimedia Interface (HDMI) ถึง 3 ช่อง สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโฮมเธียร์เตอร์ เครื่องเล่นดีวีดี เครื่องเล่นเกมส์ Blu-Ray กล้องถ่ายภาพดิจิตอล รวมไปถึงอุปกรณ์ดิจิตอลอื่นๆ ซึ่งสายสัญญาณ HDMI นั้นถ่ายทอดภาพและเสียงได้โดยไม่มีการสูญเสียสัญญาณข้อมูลมาดูในส่วนของระบบการแสดงภาพ จอ Super PVA ให้มุมมองการชมกว้างถึง 178 องศา สัญญาณระดับ 1080p ความละเอียดถึง 1920X1080 พร้อมระบบ Super Clear Panel ให้รายละเอียดสูงสุดและคุณภาพของภาพที่ชัดเจน สีดำที่ดำสนิทสมจริงยิ่งขึ้น อัตราส่วนความคมชัดสูงอัตราส่วนความเข้มสูงสุด (Dynamic Contrast Ratio) 15,000:1 จอภาพสว่างคมชัดสูงถึง 550 cd/ตร.ม. ให้ความคมชัดและชัดเจนยิ่งขึ้นแม้ในที่สว่างหลังจากเชื่อมต่อกับชุดโฮมเธียเตอร์ขนาดย่อมของผมเรียบร้อย ผมก็จับแผ่น The Lord of the Rings อภิมหาภาพยนตร์ไตรภาคในดวงใจเข้าไป เริ่มต้นด้วย The Fellowship of the Ring ก่อนเลย ผมตะลึงกับความคมชัดที่ได้เห็น ภาพคมกริบแม้ในขณะที่ตัวละครเคลื่อนตัวรวดเร็ว ช่วงที่มืดก็มืดมากดำสนิท ละมุนตาเสียนี่กระไร และยิ่งเปิดโหมดมูฟวี่ พลัส (Movie Plus) ฟังก์ชั่นพิเศษที่ช่วยขจัดภาพสั่นไหว เพิ่มจำนวนเฟรมและประเมินตำแหน่งที่วัตถุเคลื่อนไหวอย่างชาญฉลาด ภาพที่ได้ก็ยิ่งมีคุณภาพมากขึ้น ต่อเนื่องไม่มีอาการกระตุกแม้แต่น้อย ระบบเทคโนโลยีเทคนิคภาพ Digital Natural Engine (DNIe) ลิขสิทธิ์เฉพาะของซัมซุงและระบบ Wide Color Enhancer ช่วยขับภาพออกมาได้คมชัดเสมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง ให้ภาพสีสดใสเสมือนจริง ในพื้นที่สว่างยังสามารถถ่ายทอดสีเขียวและฟ้าที่เป็นธรรมชาติ พร้อมเฉดสีหลากหลายได้อย่างยอดเยี่ยมแม้จะเคยดูมาหลายรอบแล้วแต่ก็อดไม่ได้ที่จะยัด The Two Towers เข้าไปแทนที่ ทันทีที่ภาคแรกจบ ก็แหม...นานๆ จะได้ยลภาพเต็มตาแจ่มๆ อย่างนี้สักที ต้องเอาให้คุ้ม และก็ปิดท้ายด้วย The Return of the King เท่ากับว่าผมเสียเวลาหนึ่งวันไปกับการดูหนัง แต่ก็คุ้มค่าติดตราตรึงใจจริงๆ ไม่อยากจะคืนเจ้าของแล้ว...!!!
TECH : ขนาด 40 นิ้ว, S-PVA (มุมมองภาพ 178), ค่าความสว่าง 550cd / ตร.ม., ความละเอียดของภาพ ระบบ Full HD 1080p, เทคโนโลยีความคมชัด Super Clear Panel, การแสดงผลสี Wide Color Enhancer, อัตราส่วนความเข้ม 15,000:1 (Dynamic Contrast Mode),การเชื่อมต่อแบบดิจิตอล HDMI v1.3, ฟังก์ชัน Anynet+ (HDMI-CEC)
LOVE : ดีไซน์ยอด แสดงผลเยี่ยมHATE : ไม่มี!!!
WE SAY : มันคือนิยามของคำว่าสุดยอด เต็มอิ่มกับการแสดงภาพที่ยอดเยี่ยม
www.samsung.com/th

บทวิเคราะห์ 2

ในปัจจุบัน เราจะเห็นได้ว่าสังคมโลก ได้มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้จุดประสงค์หลักก็คือ เพื่อทำให้มนุษย์มีความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งที่เราได้มาพร้อมๆกับความสะดวกสบายของมนุษย์ ก็คือสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป การพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของเทคโนโลยี ทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อสภาพแวดล้อม อาทิเช่น ปัญหาโลกร้อน ปรากฎการณ์เรือนกระจก ปัญหาขยะเทคโนโลยี ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ได้ย้อนกลับมาทำลายสุขภาพของมนุษย์ทำให้เกิดโรคภัยต่างๆได้ง่ายขึ้น ถึงแม้ว่าวิทยาการทางด้านสุขภาพก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน แต่หากเราสามารถที่จะป้องกันปัญหาได้ก่อนย่อมที่จะดีกว่ามาคอยแก้ปัญหาในภายหลัง ในทุกวันนี้เราจึงมักจะพบเห็นกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งจากตัวผู้ผลิตเองหรือแม้กระทั่งผู้บริโภค วาทกรรมเรื่องสิ่งแวดล้อมจึงปรากฎขึ้นในปัจจุบัน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ที่ไม่ทำตามกระแสวาทกรรมนี้ มักจะถูก กีดกันหรือควำบาตร จากสังคม เราจึงเห็นผู้ผลิต รวมไปถึงองค์กรต่างๆ พยายามที่จะใช้หลักประกันด้านคุณภาพ มาการันตีสินค้าของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น ISO 14001 การประกันด้านความสะอาด การไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม รวมทั้งภายใต้กระแสวาทกรรมนี้ ได้ทำให้ผู้ผลิตหลายหลายไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมจริงๆหรือนักฉกฉวยโอกาสเล็งเห็นถึงช่องทางหารายได้ช่องทางใหม่ นั้นก็คือ ทำผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสุขภาพออกมา อาทิเช่น เครื่องเล่นเอ็มพี 3 ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ การผลิตซอฟท์แวร์วัดยิ้ม ฯลฯ สิ่งต่างๆเหล่านี้ ทำให้เกิดประโยชน์ที่เห็นได้ชัด 3 ประการ คือ ประการแรก ทำให้ลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมประการที่สอง ทำให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ และประการสุดท้ายผูผลิตก็ได้รับประโยชน์จากการขายสินค้าอย่างเต็มที่
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการพัฒนาเทคโนโลยี โดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อมนั้น ไม่ได้ก่อผลเสียใดๆเลยทั้งยังได้ประโยชน์จากทั้ง 3 ประการที่กล่าวมาข้างต้น อีกทั้งยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่ผู้ผลิต ซึ่งก็เป็นประโยชน์กับตัวผู้ผลิตเอง เพราะฉะนั้นภายใต้สภาพสังคมปัจจุนที่มักจะปรากฎปัญหาสิ่งแวดล้มอย่างต่อเนื่องหากเราทุกคนสามารถร่วมใจกันใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เราก็จะถือได้ว่าเป็นนส่วนหนึ่งที่ช่วยสิ่งแวดล้อมโลกไม่ให้ถูกทำลายไปมากกว่านี้


วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2550

เครื่องเล่น MP3 อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม


เครื่องเล่น MP3 พลังงานมือปั่น
Travor Baylis ผู้ประดิษฐ์เครื่องเล่น MP3 ที่ชื่อ Free Play อาศัยพลังมือหมุนก่อให้เกิดพลังงาน นับเป็นหนึ่งในเครื่องเล่นที่เรียกว่า Eco Media Player โดยสามารถเล่นเพลงได้นานถึง 40 นาที ต่อการหมุน 1 นาที ซึ่งสามารถเล่นวิดีโอ (ฟอร์แมต asv/mpeg4) พร้อมหน้าจอแอลซีดีส่องสว่าง สามารถรับฟังคลื่นวิทยุเอฟเอ็ม ดูภาพในอัลบัม หรือแม้แต่อ่านอีบุค ทั้งนี้ไม่ต้องอาศัยพลังงานจากแบตเตอรี่
ข้อมูล เพลงและวิดีโอสามารถเก็บไว้ในหน่วยความจำภายในขนาด 2 กิกะไบท์ หรือผ่านการ์ด SD และในการเชื่อมต่อเพื่อซิงค์กับคอมพิวเตอร์ก็ไม่ต้องใช้ไดร์เวอร์ใดๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องพีซีหรือแมคก็ตาม

Energy Bill Penguin Power!

ในโลกของ gadgets เรามักจะพบสิ่งของไฮเทคมากมาย แต่ส่วนใหญ่ดูเหมือนไม่ได้สร้างประโยชน์ที่แตกต่างอย่างแท้จริง
และนี่ก็เป็นหนึ่งในไม่กี่ gadgets ที่น่าสนใจมาก ที่จะช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบพลังงานไฟฟ้าที่ถูกใช้ไปภายในบ้าน ผ่านการ์ตูนน่ารักๆ
โดยการเช็กเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่เสียบปลั๊กอยู่ภายในบ้านของคุณ เป็นไอเดียที่น่าสนใจ แถมยังมีประโยชน์อีกด้วย และเหมาะสำหรับโครงการแก้ปัญหาโลกร้อน ด้วยการลดการใช้พลังงานได้ดีนะคะ เนี่ยแหละ gadgets สำหรับคนไฮเทคยุคใหม่ตัวจริง!

ที่มา : www.gizmodo.com/?refId=261731

วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2550

ฮาร์ดดิสก์ 1.8 นิ้วจุที่สุดในโลก


Toshiba เปิดตัวฮาร์ดดิสก์ 1.8 นิ้วจุที่สุดในโลก
Toshiba สามารถเอาชนะ Hitachi ในตำแหน่งผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ขนาด 1.8 นิ้วที่มีความจุมากที่สุดในโลก มีชื่อรุ่นว่า MK1626GCB ด้วยความจุสูงสุด 160GB ซึ่งจะนำมาใช้กับโน้ตบุครุ่นใหม่ เครื่องเล่นมัลติมีเดียส่วนบุคคล และกล้องวิดีโอดิจิตอล
ฮาร์ดดิสก์ Toshiba MK1626GCB มาพร้อมหัวอ่านเขียนที่ไดรับการปรับปรุงให้ทำงานได้ดีขึ้นและชั้นของแม่เหล็กที่พัฒนาให้ดียิ่งขึ้นทำให้สามารถเพิ่มความจุได้มากขึ้น โดยมีความหนาแน่น 353 เมกะบิตต่อตารางมิลลิเมตร ทำให้ประหยัดพลังงานมากกว่าฮาร์ดดิสก์ 1.8 นิ้วปัจจุบันของบริษัทถึง 33 เปอร์เซนต์
ที่มา : arip.co.th

ซอฟต์แวร์วัดยิ้ม


ตรวจสอบรอยยิ้มของคุณด้วยซอฟต์แวร์วัดยิ้ม
บริษัท Omron ได้เปิดตั้วและสาธิตซอฟต์แวร์ใหม่ที่มีชื่อว่า OKAO vision ซึ่งทำหน้าที่วิเคราะห์ภาพ ตรวจสอบใบหน้าและให้คะแนนรอยยิ้มของคนในภาพ อาจจะฟังดูเป็นเรื่องขำขัน แต่ก็ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากสามารถใช้งานได้จริง
โปรแกรมดังกล่าวมีขนาดเล็ก ทำงานได้รวดเร็ว และมีแผนที่จะจะฝังเข้าไปในอุปกรณ์ใหม่หลายชนิด โดยซอฟต์แวร์นี้จะตรวจวัจวัตถุที่กำลังยิ้มและให้คะแนนออกมาเป็นเปอร์เซนต์ตั้งแต่ 0 ถึง 100% ด้วยเทคโนโลยีการแมปใบหน้า 3 มิติทำให้การตรวจจับการยิ้มทำได้อย่างแม่นยำ ถึงแม้ว่าวัตถุนั้นจะไม่ได้หันหน้าให้กล้องโดยตรง และเมื่อเปรียบเทียบกับซอฟต์แวร์แบบเดียวกันที่ใช้เทคโนโลยีอื่น ก็ไม่สามารถให้ผลลัพธ์ได้ดีเท่า

นอกจากนี้ซอฟต์แวร์นี้ยังสามารถประมวลผลใบหน้าหลายๆ ใบหน้าได้ในเวลาเดียวกัน ความเร็วในการประมวลผลก็น้อยว่า 1 ใน 10 ของวินาที หรือประมาณ 0.044 วินาที โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ Pentium 4 ความเร็ว 3.2GHz ด้วยตัวโปรแกรมที่มีขนาดเพียง 46Kb จึงเล็กเพียงพอที่จะฝังเข้าไปในชิพสำหรับเก็บแอพพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ

ที่มา : arip.co.th




วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2550

Asus EEE โน๊ตบุคที่รอคอย ราคา 7.000 บาท เปิดตัวในงาน ComWorld 27-28 ก.ย. นี้ ชั้น 5 สยามพารากอน

Asus EEE โน๊ตบุคที่รอคอย ราคา 7.000 บาท เปิดตัวในงาน ComWorld 27-28 ก.ย. นี้ ชั้น 5 สยามพารากอนEee ( 3E) หรือทริปเปิ้ลอี ซึ่งเป็นคำที่ย่อมาจากอักษร E สามตัว โดยมีความหมายคือ Easy to learnEasy to workEasy to play
Asus EEE เป็นคอมพิวเตอร์ Laptop ที่มีน้ำหนักเบาอย่างน่าตกใจ เพียงแค่ไม่ถึง 900กรัม รองรับทั้ง Wifi, Lan, Modem หน้าจอขนาดเล็กเพียง 7" มีกล้อง webcam ติดมาด้วย ตัวสื่อบันทึกข้อมูลเปลี่ยนจาก HDD เป็น Flash Memory แทนมีความจุสามขนาดคือ 4,8 และ 16GB ระบบเสียงเป็น HD Audio แบบเดียวกับที่ใช้ใน Notebook ราคาสามหมื่นกว่าที่อยู่ในท้องตลาด ทั้งหมดนี้มีคนสนใจเป็นตัวแทนนำเข้ามาในบ้านเราแล้วในราคาเริ่มต้น ( เข้าใจว่าเป็นรุ่น 4GB ) เพียง 7,000 บาทครับ!!!
ด้วยราคาเพียงเท่านี้ ( 199$ ) เพียงเปิดตัวในงาน Computex มันก็ถูกกล่าวถึงอย่างมาก โดยเอาไปเปรียบเทียบกับ Foleo ของ Palm กระแสตอบรับของ Asus EEE ดูจะดีกว่า Foleo แบบหน้ามือเป็นหลังมือด้วยราคาที่จูงใจและ EEE นั้นดูจะเป็น UMPC ราคาถูก ที่ใช้งานได้จริงมากกว่า Foleo เนื่องจากถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ทั้ง Linux และ WindowsXP แม้ว่าอาจจะทำงานในลักษณะเปิดปุ๊บ ติดปั๊บเหมือน Foleo ไม่ได้ แต่ก็ยังดีกว่าซื้อมาแล้วใช้โปรแกรมร่วมกับชาวบ้านเค้าไม่ได้เลย
คุณสมบัติเบื้องต้น:
* 7" Display
* CPU & Chipset: Intel mobile CPU & chipset
* OS: Linux/ Microsoft Windows XP compatible
* Communication: 10/100 Mbps Ethernet; 56K modem
* WLAN: WiFi 802.11b/g * Graphic: Intel UMA
* Memory: 512MB, DDR2-400 * Storage: 4/ 8/ 16GB Flash
* Webcam: 300K pixel video camera
* Audio: Hi-Definition Audio CODEC; Built-in stereo speaker; Built-in microphone
* Battery Life: 3hrs (4 cells: 5200mAh, 2S2P)
* Dimension & Weight: 22.5 x 16.5 x 2.1~3.5cm, 0.89kg

รายละเอียดอื่นๆ ตอนนี้ยังไม่เป็นที่เปิดเผยแต่คิดว่าเมื่อวางขายแล้วมันจะเกิดแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรงต่อตลาด PC และ Notebook เพราะมีคนจำนวนมากที่มีความต้องการเพียงแค่ให้เข้าถึง Internet อย่างสะดวกเท่านั้น ด้วยน้ำหนักที่น้อยมาก บวกด้วยราคาที่ต่ำแบบนี้คิดว่าจะมาแทนที่ Low Cost Notebook ได้สบาย อาจจะกดดันให้ราคา Notebook จริงๆ ลดลงไปได้อีกพอสมควร เกี่ยวกับเรื่องของ Flash Memory วันก่อนผมอ่านข่าวพบว่า Toshiba ก็มีความสนใจที่จะผลิต Notebook ในลักษณะเดียวกับ EEE เหมือนกัน โดยการใช้ Flash Memory มาแทนที่ HDD เนื่องจากเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว ( ดูจาก PDA ที่ท่านๆ ใช้กันอยู่ก็ได้ ) และที่สำคัญมันทำให้ Notebook น้ำหนักเบาลงได้อีกมากมาย จากที่ปัจจุบันราคา Flash Memory ลดต่ำลงอย่างรุนแรง ต่อไปเราอาจจะเห็น Notebook ที่ติดตั้ง Flash Memory มาแทนที่ HDD กันเป็นมาตรฐานก็ได้ครับ

ที่มา http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,14640.0.html

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2550

บทวิเคราะห์ 1

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับคำว่า IT ก่อนนะครับ และหลังจากนั้น เราจะมาทำความเข้าใจกับ คำว่า โลกาภิวัตน์ ( Globalization ) ซึ่งทั้งสองคำนี้จะมีความเกี่ยวเนื่องและเชื่อมโยงมากน้อยแค่ไหนอย่างไร

คำว่า IT ( Information Technology ) หมายถึง การใช้งานของโปรแกรมหรือเทคนิคต่างๆ ที่มีอยู่ในคอมพิวเตอร์ หรือของสิ่งประดิษฐ์คิดค้นต่างๆ ที่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ เพื่อมาจัดการกับข้อมูลที่มีจำนวนมาก และหลากหลาย
ส่วนคำว่า โลกาภิวัตน์ ( Globalization) หมายถึง ผลของการพัฒนาการติดต่อสื่อสาร การคมนาคมขนส่ง และเทคโนโลยีสารสนเทศ อันแสดงให้เห็นถึงการเจริญก้าวหน้าของความสัมพันธ์ทางด้าน เศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี และวัฒนธรรม ที่เชื่อมโยงระหว่างปัจเจกบุคคล ชุมชน หน่วยธุรกิจ รัฐบาล และระดับโลก หรือในอีกความหมายหนึ่ง คือ

กระบวนการที่เชื่อมโยงกันทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และวัฒนธรรมอย่างไร้พรมแดน โดยมีข้อมูลข่างสารสารสนเทศ ( Information Technology : IT ) เป็นตัวเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ ให้เข้าถึงกันอย่างสะดวกรวดเร็ว ในทางด้านเศรษฐกิจมีปัจจัยทางด้านลัทธิทุนนิยมเป็นตัวขับเคลื่อน ประเทศที่ด้อยพัฒนามีการพึ่งพิงประเทศที่พัฒนาแล้ว จึ่งนำไปสู่ความแตกต่างในระดับโลก

ซึ่งทั้งสองคำนี้มีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกัน กล่าวคือ ในการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านข้อมูลสาระสนเทศ ( Information ) และการขนส่ง( transfer ) ก่อให้เกิดเครือข่ายการติดต่อเชื่อมโยงถึงกัน ( Network ) และในเมื่อเศรษฐกิจของประเทศส่วนใหญ่มีลักษณะที่เป็นแบบเสรี โดยปล่อยให้ภาวะเศรษฐกิจเป็นไปตามกลไกของตลาด จึงก่อให้เกิดการขยายตัวของทุนนิยมที่ได้รับแรงกระตุ้นมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม จึงทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจแพร่ขยายสู่ยุคไร้พรมแดน และนอกจากนั้นตัวที่มาพร้อมกับการสิ่งประดิษฐ์อันล้ำเลิศ ส่วนใหญ่ก็มาจากประเทศที่พัฒนาแล้ว นั่นก็คือ กระแสวัฒนธรรมที่มีรากฐานอยู่ที่วัฒนธรรมทุนนิยมตะวันตก ซึ่งก็ได้แพร่ขยายไปทั่วโลกและเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มจะมีอิทธิพลต่อประเทศที่ด้อยพัฒนาหรือประเทศที่กำลังพัฒนา และนอกจากนั้นยังจะเผชิญหน้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นอีกด้วย

หลายปีที่ผ่านมา เมื่อดูภาพรวมในด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย มีความเข้มแข็งเพิ่มขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ในสังคมไทยก็ยังมีปัญหาในด้านความเหลื่อมล้ำทางสังคมอยู่มาก จึงทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวย ความเป็นเมือง กับชนบท ความแตกต่างในด้านโอกาสทางการศึกษา ได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น แม้กระทั้งหากจะเปรียบเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วกับประเทศที่ด้อยพัฒนาก็เป็นไปในลักษณะคล้ายๆ กัน เหตุผลบางประการได้เป็นจุดสำคัญที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์เช่นนั้น กล่าวคือ เกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้า ของสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ที่มาพร้อมกับกระแสโลกาภิวัตน์ และการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 30 กว่าปีมาแล้ว นับตั้งแต่ ทศวรรษที่ 1970 เป็นต้นมา ซึ่งก็ได้ส่งผลกระทบต่อสังคมไทยอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
เมื่อพิจารณาสภาพบริบททางสังคมไทย จะเห็นว่า สังคมไทยเป็นสังคมเปิด ( Open society ) ดังนั้นในการที่วัฒนธรรม องค์ความรู้ หรือ เทคโนโลยีใหม่ๆ จากภายนอกที่เข้ามา จึงเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว และส่งผลให้สภาพของสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกอย่างรวดเร็ว และอีกเหตุผลหนึ่งที่ได้ทำให้ประเทศไทยต้องยอมรับการแสการเปลี่ยนแปลงนี้ ก็คือ การที่ประเทศไทยได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสังคมโลก จึงจำเป็นต้องพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีและองค์ความรู้ในด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และยอมรับสิ่งที่มาจากที่อื่นด้วย เพื่อให้เกิดความทัดเทียมกับอารยประเทศ ดังนั้นจึงทำให้เกิดกระแส westernization มากขึ้นทุกวัน

แนวโน้มของผลิตภัณฑ์ในอนาคต ผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีความหลากหลาย และจะมีขนาดที่เล็กลง เห็นได้จาก บริษัท Apple ที่ได้มีเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ipod nano ขึ้น เหตุผลเนื่องมาจากมีการแข่งขันสูงของบริษัทผู้ผลิตชั้นนำของโลก และต้องการทำให้มันกะทัดรัด พกพาได้สะดวก และนอกจากนั้นเทคโลยีที่ออกมายังเน้นประสิทธิภาพในการใช้งาน อย่างเช่น ความเร็วในการใช้งาน ความมีเสถียรของระบบปฏิบัติงาน และยังรองรับต่อระบบปฏิบัติการอื่นๆ ได้ด้วย นอกจากนั้นยังเน้นเรื่องราคา ที่ถูกลง เพราะบริษัทผู้ผลิตต้องการให้คนทั่วไปได้เข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
ส่วนในการติดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ ประการสำคัญคือต้องพิจารณาในเรื่องความจำเป็นในการใช้งาน และเงินทุนที่มี ตลอดถึง ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับตัวสินค้าที่จะซื้อ แล้วนำมาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละประเภท ซึ่งจะช่วยให้ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสม

วันเสาร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2550

VIA เปิดตัวซีพียูประหยัดไฟสูงสุดในชื่อ Eden

VIA ผู้ผลิตชิพรายใหญ่ ประกาศถึงความสำเร็จในการผลิตซีพียูแบบ ULV (Ultra Low Voltage) ในชื่อว่า Eden




VIA ผู้ผลิตชิพรายใหญ่ ประกาศถึงความสำเร็จในการผลิตซีพียูแบบ ULV (Ultra Low Voltage) ในชื่อว่า Eden โดยซีพียูตัวนี้ทำงานที่ความถี่ 500 MHz มีอัตราการกินไฟสูงสุดไม่เกิน 1 วัตต์ และอัตราการกินไฟขณะไม่ได้ทำงาน (idle) ด้วยอัตราการกินไฟต่ำ ทำให้ซีพียูตัวนี้สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องใช้พัดลมเพื่อระบายความร้อน
งานนี้ทาง VIA ได้นำซีพียู Eden ไปเปิดตัวกลางงาน Embedded System Conference ในกรุงไทเป ของไต้หวัน ซึ่งคาดว่าซีพียู Eden จะได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ที่จะนำซีพียูไปผลิตอุปกรณ์พกพาที่ต้องการประสิทธิภาพการทำงานสูงแต่เน้นด้านการประหยัดพลังงานด้วย


ที่มา : technology.msnth2.com

วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2550

พรีวิว Nokia N95 8GB

- Stunning screen, massive memory -
ข้อมูลทั่วไป
เปิดตัวครั้งแรก 29 สิงหาคม 2007
ออกวางจำหน่าย ไตรมาสที่ 4 ปี 2007 (ยังไม่ระบุ)
ราคาเปิดตัว ประมาณ 26,320 บาท



ข้อมูลตัวเครื่อง (Spec)
ระบบ WCDMA/Quadband (GSM 850/900/1800/1900 MHz)
จอแสดงผล TFT-LCD 16 ล้านสี - 240 x 320 พิกเซล (2.8")- ตัวเครื่องฝาสไลด์ 2 ทิศทาง (Dual slide design)




ปุ่มควบคุม 5 ทิศทาง (5 ways Navi-Key)- ปุ่มควบคุมเพลง Play/Pause, Forward, Rewind, Stop
ระบบปฏิบัติการ : Symbian OS เวอร์ชั่น 9.2 - S60 3rd edition
เสียงเรียกเข้า MP3, Polyphonic- ระบบสั่น (Vibration in Phone)
หน่วยความจำ 8 กิ๊กกะไบต์ (ตัวเครื่อง)
ขนาด : 99 x 53 x 21 มิลลิเมตร,น้ำหนัก 128 กรัม


ระบบเชื่อมต่อ (Connectivity)
ส่งผ่านข้อมูล (Data Transfer)- WLAN 802.11 b/g และ UPnP (Universal Plug and Play) - IrDA, บลูทูธ 2.0-Bluetooth™, USB 2.0-Pop-Port™ , TV Out - สั่งพิมพ์ภาพผ่าน USB (PictBridge) และ บลูทูธ (BPP) - รองรับชุดหูฟังสเตอริโอ AD2P (Bluetooth stereo sound)
ใช้งานอินเตอร์เน็ต xHTML, WAP 2.0 Browser- รองรับแอพพลิเคชั่น Flash Lite 2.0
รับ-ส่งข้อความ (Messaging)- อีเมล์ Email, MMS, SMS ผ่าน 3G-HSDPA, EDGE, GPRS- ข้อความแชท - Instant Messaging - CHAT - ระบบ Push-to-talk สนทนาผ่าน GPRS
รองรับ จาวาแอพลิเคชั่น - Java MIDP 2.0
จุดเด่น (Feature)
กล้องดิจิตอล 5 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช (Carl Zeiss optics) - ขนาดภาพสูงสุด 2592x1944 พิกเซล (Image size)- ฟังก์ชั่นลบจุดตาแดง (Red-eye Reduction) - ซูมดิจิตอล 20 เท่า, ปรับภาพอัตโนมัติ (Auto Focus) - โหมดถ่ายภาพระยะใกล้ 10-50 เซนติเมตร (Macro mode) - โหมดถ่ายภาพในเวลากลางคืน (Night mode)- ปรับสมดุลแสงสีขาว (White balance) - ปรับโทนสีภาพ (Normal, Sepia, Black&White, Negative, Vivid)
กล้องตัวที่สอง CIF รองรับ Video Call สนทนาแบบเห็นภาพ


- บันทึกวีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว (Video recording) - ขนาดวีดีโอ VGA (480 x 640 พิกเซล), 30 เฟรมต่อวินาที- บันทึกวีดีโอนานสูงสุด 215 นาีที (Video capture time) - รูปแบบไฟล์วีดีโอ : MPEG4, 3GP - ซูมดิจิตอล 10 เท่า (10x Digital zoom)- โหมดถ่ายภาพในเวลากลางคืน (Night mode)- ปรับสมดุลแสงสีขาว (White balance)- ปรับโทนสีภาพ (Normal, Sepia, Black&White, Negative, Vivid)
เครื่องเล่นวีดีโอ (Video Player) - รองรับไฟล์วีดีโอ : MPEG-4, H.264, H.263/3GPP, RealVideo
เครื่องเล่น MP3 music player- รองรับไฟล์เสียง : MP3/AAC/AAC+/eAAC/eAAC+/WMA/M4A
วิทยุ FM Stereo และ Visual Radio
ระบบดาวเทียม ค้นหาตำแหน่ง (Build-In GPS navigation)
โทรออก, บันทึกเสียง, คำสั่งเสียง (Voice function)
แฮนด์ฟรีในตัว (Build-In Handsfree)
จัดการข้อมูลส่วนตัว (PIM Function) - ปฏิทิน, รายชื่อ, สิ่งที่ต้องทำ


การใช้งานของแบตเตอรี่
แบตเตอรี่มาตรฐาน Li-Ion 1,200 mAh (BL-6F)
เปิดรอรับสาย - ชั่วโมง (Standby Time)
สนทนาต่อเนื่อง - นาที (Talk Time)



บทความจาก Siamphone.com


Fujitsu FMV LOOX T70XN กับไลฟ์สไตล์หลากสีสัน


แค่เห็นก็ประทับใจแล้วครับ กับโน้ตบุ๊กสีสันมากมายหลากหลาย สวยๆ อย่าง Fujitsu FMV LOOX T70XN ที่มีสีสันให้เหลือถึง 9 สีเลยทีเดียว ที่สำคัญใช้งานได้ยาวนานกว่า 13.8 ชั่วโมง ด้วยแบตเตอรี่เสริม




Fujitsu FMV LOOX T70XN รุ่นนี้จะมีขนาดหน้าจอ 10.6 นิ้ว ประมวลผลผ่านชิป Intel Core 2 Duo U7600 ที่ 1.2 กิกะเฮิร์ต อัดแรมได้มากถึง 2 กิกะไบต์ เลือกฮาร์ดดิสก์ได้ที่ขนาด 80 หรือ 100 กิกะไบต์ การ์ดจอ Intel GMA950 การเชื่อมต่อต่างๆ ก็มีมาให้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น Wireless, Bluetooth, Lan, Modem, USB 2.0 สองพอร์ต, FireWire, Multicard reader และ Audio In/Out โดยสนนราคาอยู่ที่ประมาณ 2,650 ดอลล่าร์ ส่วนสีสันก็มีให้เลือก 9 สี ตามตัวอย่างด้านล่างนี้เลยครับ






Fujitsu FMV LOOX T70XN จึงกลายเป็นโน้ตบุ๊ก ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การทำงานประจำวันของคุณอย่างแท้จริง ด้วยน้ำหนักที่เบา เหมาะแก่การพกพาไปทำงานนอกสถานที่เป็นอย่างยิ่ง และนี่เป็นตารางรายละเอียดสินค้าทั้งหมดของ Fujitsu FMV LOOx T70XN รุ่นนี้



ที่มา : magmareport.com

จมูกอิเล็กทรอนิกส์ตรวจหาวัตถุระเบิด



จมูกอิเล็กทรอนิกส์ตรวจหาวัตถุระเบิดจากอิสราเอล
การตรวจหาวัตถุระเบิดนับเป็นภาระกิจที่สำคัญที่สุดตามสนามบินทั่วโลก ดังนั้นจะเป็นการดีเพียงใดถ้าสามารถพัฒนาเครื่องมือที่สามารถเลียนแบบความสามารถของจมูกมนุษย์ในการตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยเหล่านี้
บริษัทแห่งหนึ่งในอิสราเอลได้พัฒนาเครื่อง Mini-Nose ซึ่งเป็นอุปกรณ์พกพาที่มีความไวสูงที่สามารถตรวจหาวัตถุต้องสงสัยได้ โดยเครื่อง Mini-Nose ของบริษัท Scent Detection Technologies Ltd. (SDT) นี้ประกอบด้วยเครื่องมือพกพา 2 ชิ้นคือ อุปกรณ์สุ่มตัวอย่าง และอุปกรณ์วิเคราะห์วัตถุระเบิด, ซึ่งออกแบบตามข้อกำหนดขององค์กรด้านความปลอดภัยทั้งจากอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา รวมถึงกระทรวงความปลอดดภัยแห่งมาตุภูมิและเพนตากอน
เครื่องมือนี้ใช้เทคโนโลยีการสะกดรอย หรือ "sniffer" ซึ่งจะสามารรถตรวจสอบวัตถุได้หลากหลายชนิดด้วยความแม่นยำสูงและรวดเร็ว โดยอาศัยเทคโนโลยีที่เรียกว่า High-Frequency Quartz Crystal Microbalance (HF-QCM) ซึ่งสามารถตรวจสอบสารเคมีที่ใช้ทำระเบิดได้แม้เพียงน้อยนิดในราคาที่ต่ำและให้ความถูกต้องสูงกว่าเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีการตรวจสอบวัตถุระเบิดแบบเดิม
อุปกรณ์พกพานี้มีประสิทธิภาพคุ้มราคาและสามารถตรวจสอบวัตถุระเบิดได้โดยไม่จำเป็นต้องอัพเกรดหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนใดๆ โดยผู้บริหารบริษัทฯ กล่าวว่า "ทางบริษัทฯ ได้ทดสอบเครื่องมือ Mini-Nose กับห้องทดลองกลางของอุตสาหกรรมทางการทหารของอิสราเอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงกลาโหม และได้ย้ายการทดสอบออกนอกห้องแล็บไปยังสถานที่จริง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็สร้างความพอใจได้อย่างมาก และตอนนี้ก็มีการนำ Mini-Nose ไปใช้ตามจุดตรวจสอบความปลอดภัยทั้งในอเมริกา ยุโรป รวมถึงเอเชียแปซิฟิคด้วย
ที่มา arip.co.th

Apple เปิดตัวผลิตภัณฑ์ในตระกูล iPod ใหม่




เปิดตัวออกมาจนได้ครับกับ iPod รุ่นใหม่ 3 รุ่น ด้วยสีสันใหม่ทั้งหมด มาให้คุณเลือกสรร ได้ตรงตามความไลฟ์สไตล์ ของคุณมากที่สุด ไปดูกันเลยดีกว่าครับว่า ทั้ง 4 รุ่นนี้มีอะไรบ้าง






iPod Touch ตัวใหม่ล่าสุด ที่มีข่าวหลุดออกมาว่อนเน็ต ว่าจะมีหน้าตาหรือควบคุมด้วยระบบ Touch เหมือน iPhone ก็ลองดูในรูปเลยน่ะครับ ว่าเหมือนหรือไม่เหมือน iPhone มากน้อยแค่ไหน iPod Touch มี 2 รุ่นให้เลือกขนาด 8 กิกะไบต์ จุเพลงได้ 1,750 เพลง จุภาพได้ 10,000 ภาพ จุวิดีโอได้ยาว 10 ชั่วโมง ส่วนรุ่น 16 กิกะไบต์ จุดเพลงได้กว่า 3,500 เพลง จุภาพได้ 20,000 ภาพ และจุวิดีโอได้ยาว 20 ชั่วโมง โดยมีสีดำสีเดียวให้เลือกครับ รุ่น 8 กิกะไบต์ราคาอยู่ที่ 299 ดอลล่าร์ หรือประมาณ 10,465 บาท ส่วนรุ่น 16 กิกะไบต์อยู่ที่ 399 ดอลล่าร์ หรือประมาณ 13,965 บาท ทั้งสองรุ่นมีขนาดหน้าจอ 3.5 นิ้วแบบ Touchscreen และที่สำคัญยังมี Build-in Wi-Fi ติดตั้งมาบนเครื่องอีกด้วย โดยเล่นเพลงได้นานกว่า 22 ชั่วโมง เล่นวิดีโอต่อเนื่องได้นาน 5 ชั่วโมง




iPod Classic ตัวใหม่ตัวนี้ออกมาแทน iPod Video เจ้าเก่าที่กำลังเลิกทำตลาดไปแล้ว โดยมี 2 รุ่นให้เลือกขนาด 80 กิกะไบต์ จุเพลงได้ 20,000 เพลง จุภาพได้ 25,000 ภาพ จุวิดีโอได้ยาว 100 ชั่วโมง ส่วนรุ่น 160 กิกะไบต์ จุดเพลงได้กว่า 40,000 เพลง จุภาพได้ 50,000 ภาพ และจุวิดีโอได้ยาว 200 ชั่วโมง โดยมี 2 สีให้เลือก ระหว่างสีดำกับสีเทา รุ่น 80 กิกะไบต์ราคาอยู่ที่ 249 ดอลล่าร์ หรือประมาณ 8,715 บาท และรุ่น 160 กิกะไบต์อยู่ที่ 349 ดอลล่าร์ หรือประมาณ 12,215 บาท โดยเล่นเพลงต่อเนื่องได้นานกว่า 40 ชั่วโมง เล่นวิดีโอต่อเนื่องได้นาน 7 ชั่วโมง ภายใต้หน้าจอขนาด 2.5 นิ้ว





iPod nano เปลี่ยนแปลงรูปร่างหน้าตาไปคนละแบบเลยครับ โดยจะเน้นทรงอ้วน อวบ แทนทรงยาวเหมือนรุ่นก่อนหน้านี้ โดยมีขนาด 4 กิกะไบต์ ที่มีสีมาตรฐานสีเทาเพียงสีเดียว จำหน่ายอยู่ที่ราคา 149 ดอลล่าร์ ใส่เพลงได้ประมาณ 1,000 เพลง ใส่รูปได้กว่า 3,500 ภาพ เล่นวิดีโอได้ 4 ชั่วโมง ส่วนขนาด 8 กิกะไบต์จะมี 4 สีให้เลือก พร้อมทั้ง iPod nano Red ที่นำเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์ โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 199 ดอลล่าร์ หรือประมาณ 6,950 บาท ใส่เพลงได้ 2,000 เพลง ใส่รูปได้ 3,500 ภาพ เล่นวิดีโอได้ 8 ชั่วโมง ซึ่งทั้งสองรุ่นจะมีหน้าจอขนาด 2 นิ้ว ใช้งานได้ยาวนานกว่า 24 ชั่วโมงสำหรับเล่นเพลง และ 5 ชั่วโมงสำหรับดูวิดีโอ

ที่มา: magmareport.com