วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2550

บทวิเคราะห์ 1

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับคำว่า IT ก่อนนะครับ และหลังจากนั้น เราจะมาทำความเข้าใจกับ คำว่า โลกาภิวัตน์ ( Globalization ) ซึ่งทั้งสองคำนี้จะมีความเกี่ยวเนื่องและเชื่อมโยงมากน้อยแค่ไหนอย่างไร

คำว่า IT ( Information Technology ) หมายถึง การใช้งานของโปรแกรมหรือเทคนิคต่างๆ ที่มีอยู่ในคอมพิวเตอร์ หรือของสิ่งประดิษฐ์คิดค้นต่างๆ ที่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ เพื่อมาจัดการกับข้อมูลที่มีจำนวนมาก และหลากหลาย
ส่วนคำว่า โลกาภิวัตน์ ( Globalization) หมายถึง ผลของการพัฒนาการติดต่อสื่อสาร การคมนาคมขนส่ง และเทคโนโลยีสารสนเทศ อันแสดงให้เห็นถึงการเจริญก้าวหน้าของความสัมพันธ์ทางด้าน เศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี และวัฒนธรรม ที่เชื่อมโยงระหว่างปัจเจกบุคคล ชุมชน หน่วยธุรกิจ รัฐบาล และระดับโลก หรือในอีกความหมายหนึ่ง คือ

กระบวนการที่เชื่อมโยงกันทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และวัฒนธรรมอย่างไร้พรมแดน โดยมีข้อมูลข่างสารสารสนเทศ ( Information Technology : IT ) เป็นตัวเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ ให้เข้าถึงกันอย่างสะดวกรวดเร็ว ในทางด้านเศรษฐกิจมีปัจจัยทางด้านลัทธิทุนนิยมเป็นตัวขับเคลื่อน ประเทศที่ด้อยพัฒนามีการพึ่งพิงประเทศที่พัฒนาแล้ว จึ่งนำไปสู่ความแตกต่างในระดับโลก

ซึ่งทั้งสองคำนี้มีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกัน กล่าวคือ ในการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านข้อมูลสาระสนเทศ ( Information ) และการขนส่ง( transfer ) ก่อให้เกิดเครือข่ายการติดต่อเชื่อมโยงถึงกัน ( Network ) และในเมื่อเศรษฐกิจของประเทศส่วนใหญ่มีลักษณะที่เป็นแบบเสรี โดยปล่อยให้ภาวะเศรษฐกิจเป็นไปตามกลไกของตลาด จึงก่อให้เกิดการขยายตัวของทุนนิยมที่ได้รับแรงกระตุ้นมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม จึงทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจแพร่ขยายสู่ยุคไร้พรมแดน และนอกจากนั้นตัวที่มาพร้อมกับการสิ่งประดิษฐ์อันล้ำเลิศ ส่วนใหญ่ก็มาจากประเทศที่พัฒนาแล้ว นั่นก็คือ กระแสวัฒนธรรมที่มีรากฐานอยู่ที่วัฒนธรรมทุนนิยมตะวันตก ซึ่งก็ได้แพร่ขยายไปทั่วโลกและเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มจะมีอิทธิพลต่อประเทศที่ด้อยพัฒนาหรือประเทศที่กำลังพัฒนา และนอกจากนั้นยังจะเผชิญหน้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นอีกด้วย

หลายปีที่ผ่านมา เมื่อดูภาพรวมในด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย มีความเข้มแข็งเพิ่มขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ในสังคมไทยก็ยังมีปัญหาในด้านความเหลื่อมล้ำทางสังคมอยู่มาก จึงทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวย ความเป็นเมือง กับชนบท ความแตกต่างในด้านโอกาสทางการศึกษา ได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น แม้กระทั้งหากจะเปรียบเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วกับประเทศที่ด้อยพัฒนาก็เป็นไปในลักษณะคล้ายๆ กัน เหตุผลบางประการได้เป็นจุดสำคัญที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์เช่นนั้น กล่าวคือ เกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้า ของสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ที่มาพร้อมกับกระแสโลกาภิวัตน์ และการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 30 กว่าปีมาแล้ว นับตั้งแต่ ทศวรรษที่ 1970 เป็นต้นมา ซึ่งก็ได้ส่งผลกระทบต่อสังคมไทยอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
เมื่อพิจารณาสภาพบริบททางสังคมไทย จะเห็นว่า สังคมไทยเป็นสังคมเปิด ( Open society ) ดังนั้นในการที่วัฒนธรรม องค์ความรู้ หรือ เทคโนโลยีใหม่ๆ จากภายนอกที่เข้ามา จึงเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว และส่งผลให้สภาพของสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกอย่างรวดเร็ว และอีกเหตุผลหนึ่งที่ได้ทำให้ประเทศไทยต้องยอมรับการแสการเปลี่ยนแปลงนี้ ก็คือ การที่ประเทศไทยได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสังคมโลก จึงจำเป็นต้องพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีและองค์ความรู้ในด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และยอมรับสิ่งที่มาจากที่อื่นด้วย เพื่อให้เกิดความทัดเทียมกับอารยประเทศ ดังนั้นจึงทำให้เกิดกระแส westernization มากขึ้นทุกวัน

แนวโน้มของผลิตภัณฑ์ในอนาคต ผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีความหลากหลาย และจะมีขนาดที่เล็กลง เห็นได้จาก บริษัท Apple ที่ได้มีเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ipod nano ขึ้น เหตุผลเนื่องมาจากมีการแข่งขันสูงของบริษัทผู้ผลิตชั้นนำของโลก และต้องการทำให้มันกะทัดรัด พกพาได้สะดวก และนอกจากนั้นเทคโลยีที่ออกมายังเน้นประสิทธิภาพในการใช้งาน อย่างเช่น ความเร็วในการใช้งาน ความมีเสถียรของระบบปฏิบัติงาน และยังรองรับต่อระบบปฏิบัติการอื่นๆ ได้ด้วย นอกจากนั้นยังเน้นเรื่องราคา ที่ถูกลง เพราะบริษัทผู้ผลิตต้องการให้คนทั่วไปได้เข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
ส่วนในการติดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ ประการสำคัญคือต้องพิจารณาในเรื่องความจำเป็นในการใช้งาน และเงินทุนที่มี ตลอดถึง ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับตัวสินค้าที่จะซื้อ แล้วนำมาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละประเภท ซึ่งจะช่วยให้ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสม

ไม่มีความคิดเห็น: