วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2550

มือถือของปลอม

แทบจะเก็บโนเกีย N95 เอาไว้ในกระเป๋าเมื่อเห็นโทรศัพท์ N95 อีกเครื่องที่หน้าตาละม้ายเหมือนแฝดคนละฝา แต่หากค่อย ๆ มองไปทีละส่วนก็จะเห็นความแตกต่างได้ชัดเจน ก็ใครจะไปคิดว่ามีผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือโนเกียปลอมมาวางจำหน่าย แค่หูฟัง แฮนด์ฟรี หน้ากาก แบตฯ อุปกรณ์เสริมของปลอมยังพอเห็นจนชินตา แต่นี่ปลอมทั้งเครื่องและยังใช้งานได้จริงอีกด้วย ราคาก็ถูกกว่า มร.บ็อบ แม็คดูกัล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารลูกค้าและการตลาด บริษัทโนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในการสัมมนา รู้เท่าทัน ความปลอดภัยในโลกการ สื่อสาร ซึ่งโนเกียจัดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน ณ โรงแรมคอนราด ว่า ปัจจุบันโนเกียเจอปัญหาโทรศัพท์ มือถือปลอม เลยต้องจัดสัมมนาเพื่อกระจายความรู้ให้ผู้บริโภคได้รับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับ แบตเตอรี่และโทรศัพท์มือถือของแท้ ที่ผลิตได้มาตรฐานและรับประกันด้านความปลอดภัยในการใช้งาน สิริ นีละวัฒนาศุข หัวหน้าส่วนผลิตภัณฑ์การตลาด ของโนเกีย ประเทศไทย กล่าวถึงโทรศัพท์มือถือปลอมว่า โทรศัพท์มือถือของโนเกียทุกเครื่องผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน ISO ปกติแล้วค่า SAR หรือระดับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน หากในยุโรปจะกำหนดไว้ที่ 2 วัตต์ต่อกิโลกรัม สหรัฐอเมริกา 1.6 วัตต์ต่อกิโลกรัม แต่สำหรับโนเกียทุกรุ่นจะมีค่า SAR ต่ำกว่า 1.6 วัตต์ต่อกิโลกรัม เช่น N70 มีค่า SAR 1.1 วัตต์ต่อกิโลกรัม รุ่น 6070 มีค่า SAR 0.84 วัตต์ต่อกิโลกรัม แต่หากเป็นโทรศัพท์มือถือปลอมจะมีค่าเหล่านี้ไม่ได้ตามมาตรฐาน เมื่อไม่ได้มาตรฐานก็จะส่งผลต่อคุณภาพการใช้งาน ทั้งความทนทาน ความชัดเจนของกล้องถ่ายรูป แอพลิเคชั่นภายในตัวเครื่อง รวมไปถึงการอัพเกรดซอฟต์แวร์ต่าง ๆ หากโชคร้ายก็เจอปัญหาแบตเตอรี่ระเบิด เพราะกระแสไฟฟ้าลัดวงจร สำหรับโทรศัพท์มือถือปลอมที่พบในขณะนี้คือ รุ่น N95, N70 ซึ่งเป็นรุ่นที่โนเกียวางจำหน่ายแล้ว และยังมีของปลอมในรุ่นที่โนเกียไม่เคยผลิตเลยก็มี เช่น N97 และN99 มือถือปลอมและของแท้เมื่อนำมาเทียบกันจะเห็นความแตกต่างชัดเจนมาก เช่น รุ่น N95 ของแท้จอจะสไลด์ได้ทั้งสองด้าน คือสไลด์ขึ้นเพื่อกดปุ่มตัวเลข หรือสไลด์อีกด้านเพื่อใช้งานเครื่องเสียง กล้องมีแฟลช ปุ่มเปิดและปิดเครื่องอยู่ด้านบน แต่หากเป็น N95 ของปลอม ก็ต้องยอมรับในความไฮเทค เพราะจอเป็นระบบสัมผัส มีปากกาสไลตัสให้ใช้งาน ปุ่มเปิดปิดด้านบนทำไว้หลอก ๆ ให้มาใช้ปุ่มเปิดปิดที่แป้นปุ่มกด กล้องไม่คมชัด และที่สำคัญตัวอักษรโนเกียที่ฝาหลังจะมีขนาดใหญ่กว่าปกติ อันที่จริง แค่เห็นกล่องก็น่าจะรู้ถึงความแตกต่าง เพราะกล่องมือถือของทำเลียนแบบจะมีตัวอักษรภาษาจีนเต็มไปหมด ไม่ระบุยี่ห้อและที่มาบนกล่อง ในขณะที่ของแท้จะมีภาษาอังกฤษ ภายในกล่องมีอุปกรณ์และคู่มือภาษาอังกฤษ ข้อแตกต่างอีกอย่างก็คือ ราคาที่ต่างกันอย่างชัดเจน ยกตัวอย่าง N95 ของแท้ราคาวางจำหน่ายจะอยู่ประมาณ เกือบสามหมื่นบาท แต่ของปลอมเท่าที่ถามราคามาจะอยู่ที่ประมาณสี่พันถึงแปดพันบาท อันนี้เป็นวิธีสังเกตจากภาคสนาม โนเกีย ประเทศไทย ก็มีเคล็ดลับหากลูกค้าไม่แน่ใจหรือต้องการตรวจสอบว่ามือถือที่ซื้อมาใช้ นั้นเป็นของจริงหรือไม่ ก็ตรวจจากหมายเลขอีมี่ประจำเครื่อง เลขอีมี่จะอยู่ในตัวเครื่องต้องถอดแบตฯ ออกมาแล้วจะเห็น หรือจะกด *#06# เพื่อเรียกดูอีมี่จากตัวเครื่องแล้วเทียบหมายเลขอีมี่ที่กล่อง ต้องเป็นเลขชุดเดียวกัน หากไม่ตรงกันก็ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า อาจจะเจอของปลอม หากพบว่ามือถือที่กำลังจะซื้อหรือซื้อมาแล้ว ไม่มีโลโก้โนเกีย เป็นรุ่นที่โนเกียไม่เคยผลิต หากเป็นแบตเตอรี่ไม่มีสติกเกอร์โฮโลแกรม ไม่มีใบรับประกันสินค้า และราคาแตกต่างจากที่วางขายในร้านโนเกีย ก็พึงระวังเอาไว้ หากไม่แน่ใจให้โทรฯ เข้ามาสอบถามที่โนเกียแคร์ไลน์ หมายเลข 0-2640-1000 หรือเว็บไซต์ www.nokia.co.th คำแนะนำและขั้นตอนเหล่านี้อาจจะยุ่งยากสำหรับคนที่ไม่ชอบเทคโนโลยี แต่ก็ไม่ยากเกินไป อีกวิธีหนึ่งที่หลีกเลี่ยงของปลอมง่ายสุด ๆ ก็คือ อย่าเห็นแก่ของถูก โนเกียไม่เคยขายมือถือกลุ่มเอ็นซีรีส์ในราคาแค่หลักพันบาท เฮ้อ... โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรม เมื่อไหร่จะมีของดีราคาถูกมั่งเนอะ.

http://tech.mthai.com/views_2_nokia-n95_68_10437_1.html

ไม่มีความคิดเห็น: