Sony VAIO Zoom นี้มีจุดเด่นอยู่ที่หน้าจอสกรีนเป็นแบบ Holographic glass หรือถ้าดูในภาพก็จะเข้าใจว่า ถ้าเราไม่ได้ใช้งาน หน้าจอก็จะเป็นแค่กระจกใสๆ เท่านั้น รวมทั้งคีย์บอร์ดที่จะเปลี่ยนไปเป็นสีทึบๆ ถ้าหากว่าเราไม่ได้ใช้งานเครื่อง ซึ่งถ้าผลิตตามคอนเซ็ปต์นี้ออกมาได้จริง รับรองว่าข่าวนี้จะฮือฮาไปทั่วโลกแน่ๆวันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2550
โน้ตบุ๊กคอนเซ็ปต์ใหม่ Sony VAIO Zoom
เห็นตัวเครื่องของ Sony VAIO Zoom แล้ว บอกได้คำเดียวว่า สุดยอดครับ บางมากๆ เรื่องน้ำหนัก จึงไม่ใช่เรื่องที่จะต้องพูดถึงกันอีกต่อไป ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ และเท่ห์สุดๆ ถือไปไหนมาไหน ไม่ต้องอายใคแน่นอน
Sony VAIO Zoom นี้มีจุดเด่นอยู่ที่หน้าจอสกรีนเป็นแบบ Holographic glass หรือถ้าดูในภาพก็จะเข้าใจว่า ถ้าเราไม่ได้ใช้งาน หน้าจอก็จะเป็นแค่กระจกใสๆ เท่านั้น รวมทั้งคีย์บอร์ดที่จะเปลี่ยนไปเป็นสีทึบๆ ถ้าหากว่าเราไม่ได้ใช้งานเครื่อง ซึ่งถ้าผลิตตามคอนเซ็ปต์นี้ออกมาได้จริง รับรองว่าข่าวนี้จะฮือฮาไปทั่วโลกแน่ๆ
Sony VAIO Zoom นี้มีจุดเด่นอยู่ที่หน้าจอสกรีนเป็นแบบ Holographic glass หรือถ้าดูในภาพก็จะเข้าใจว่า ถ้าเราไม่ได้ใช้งาน หน้าจอก็จะเป็นแค่กระจกใสๆ เท่านั้น รวมทั้งคีย์บอร์ดที่จะเปลี่ยนไปเป็นสีทึบๆ ถ้าหากว่าเราไม่ได้ใช้งานเครื่อง ซึ่งถ้าผลิตตามคอนเซ็ปต์นี้ออกมาได้จริง รับรองว่าข่าวนี้จะฮือฮาไปทั่วโลกแน่ๆคลื่นลูกใหม่เทคโนโลยีจอแสดงผล
อีกไม่นาน เทคโนโลยีจอแสดงผลอาจเปลี่ยนรูปโฉมไปอีกขั้นโดยมีการพัฒนาให้มีขนาดบางลง ถึงขนาดว่าสามารถม้วนพับเก็บไว้ได้ ขณะที่ใช้พลังงานน้อยลงและมีอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ยาวนานขึ้นมาทดแทน เทคโนโลยีจอแสดงผลแบบที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันอย่างจอแสดงผลแอลซีดีที่ยังมี ข้อเสียตรงที่ใช้พลังงานมาก
เทคโนโลยีที่จะเข้ามาทดแทนแอลซีดีในวันข้างหน้า ยกตัวอย่างเช่น อุปกรณ์แสดงผลฟิล์มบางอินทรีย์เปล่งแสง หรือ โอแอลอีดี (OLED: Organic light-emitting diode) และเทคโนโลยีที่เรียกว่าไบ-สเตเบิล ซึ่งเแม้แต่ในปัจจุบันก็มีออกมาให้เห็นบ้างแล้วทั้งในเครื่องเล่นเกม เครื่องเล่นสื่อดิจิตอลเพื่อความบันเทิง เครื่องเล่นเพลงดิจิตอล และโทรศัพท์มือถืออัจฉริยะหรือสมาร์ทโฟน
ข้อดีของจอแสดงผลแบบโอแอลอีดีคือ ใช้พลังงานน้อยกว่าจอแบบแอลซีดีในขนาดเท่าๆ กันสูงถึง 40% ทั้งยังบางกว่าเป็นเท่าตัว เนื่องจากไม่ต้องอาศัยการส่องแสงออกมาจากหลังภาพ ทั้งยังให้ภาพที่คมชัดกว่า ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ทดลองใช้เทคโนโลยีดังกล่าวแล้ว เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาขนาดเล็กอย่างเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ และไรน์คอม รวมถึงโทรศัพท์มือถือรุ่นบางจากเคียวเซร่า นอกจากนี้ทางโซนี่ คอร์ปอเรชั่นเองยังมีแผนจะทำตลาดจอทีวีขนาดเล็กที่ใช้เทคโนโลยีโอแอลอีดี ภายในปีนี้ด้วย
นักวิเคราะห์ประเมินกันว่า โทรศัพท์มือถือไอโฟนของแอปเปิล ซึ่งเพิ่งวางตลาดไปในสหรัฐอเมริกาเมื่อปลายสัปดาห์ก่อนในที่สุดแล้วก็อาจ หันมาเปลี่ยนใช้จอแสดงผลที่ประหยัดพลังงานมากขึ้นอย่างโอแอลอีดีบ้างเช่นกัน หลังจากรุ่นนำร่องที่ใช้หน้าจอแสดงผลแอลซีดีใช้พลังงานค่อนข้างสูงทำให้การ ใช้งานแบตเตอรี่ค่อนข้างสั้น
"น่าจะเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลหากแอปเปิลจะเปลี่ยนมาใช้หน้าจอแสดงผลแบบโอ แอลอีดี ก็เพราะแอปเปิลกำลังคิดพัฒนาปรับปรุงเรื่องการใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานขึ้น แม้ตอนนี้แอปเปิลจะยังไม่มีการเปิดเผยแผนใดๆ ก็ตาม" นายคิม วูน-โอ นักวิเคราะห์จากพรูเดนเชียล อินเวสเมนต์ แอนด์ ซีเคียวริตี้ส์ กล่าว
แม้ในวงการสื่อสารไร้สายเทคโนโลยีโอแอลอีดีจะยังเพิ่งเริ่มแต่ในการพัฒนาจอ แสดงผลรุ่นดังกล่าวเพื่อทำตลาดมีปรากฏให้เห็นบ้างในกลุ่มผู้ผลิตจอแสดงผล แบบแอลซีดี ทั้งซัมซุง เอสดีไอ และโซนี่ จากการประเมินของบริษัทวิจัยด้านการตลาดไอซัพพลาย ตลาดสำหรับจอแสดงผลแบบโอแอลอีดี และแอลซีดีที่ใช้พลังงานน้อยมีแนวโน้มการเติบโตอย่างรวดเร็วโดยคาดว่าจนถึง ปีพ.ศ. 2555 อาจมียอดขายมากถึง 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 27% เทียบกับยอดขายในปีนี้ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากเทคโนโลยีโอแอลอีดีแล้วยังมีเทคโนโลยีจอแสดงผลที่เรียกว่า ไบ-สเตเบิล ซึ่งรักษาสถานะการแสดงผลภาพไว้ได้โดยไม่ต้องใช้พลังงานทำให้เหมาะต่อการใช้ เป็นจอแสดงผลในสถานที่สาธารณะและจอแสดงผลย่อยบนอุปกรณ์ต่างๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยังต้องพัฒนาในด้านของคุณภาพภาพที่ยังไม่ละเอียดมากนัก ก่อน
นายชุง โฮ-คยูน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของซัมซุง เอสดี กล่าวว่า ถึงตอนนี้ยังเป็นเพียงการเริ่มต้นของเทคโนโลยีใหม่ ตราบเท่าที่มีการพัฒนาคุณภาพและลดต้นทุนได้ถูกลงจนใช้งานได้แพร่หลายขึ้น เมื่อนั้นก็จะได้เห็นการเปลี่ยนโฉมหน้าเทคโนโลยีจอแสดงผลไปอีกขั้นซึ่งใน วันข้างหน้าอาจจะมีหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่เป็นจออิเล็กทรอนิกส์ซึ่ง อัพเดตข้อมูลแบบไร้สายม้วนหรือพับเก็บได้เช่นเดียวกับกระดาษก็เป็นได้
เทคโนโลยีที่จะเข้ามาทดแทนแอลซีดีในวันข้างหน้า ยกตัวอย่างเช่น อุปกรณ์แสดงผลฟิล์มบางอินทรีย์เปล่งแสง หรือ โอแอลอีดี (OLED: Organic light-emitting diode) และเทคโนโลยีที่เรียกว่าไบ-สเตเบิล ซึ่งเแม้แต่ในปัจจุบันก็มีออกมาให้เห็นบ้างแล้วทั้งในเครื่องเล่นเกม เครื่องเล่นสื่อดิจิตอลเพื่อความบันเทิง เครื่องเล่นเพลงดิจิตอล และโทรศัพท์มือถืออัจฉริยะหรือสมาร์ทโฟน
ข้อดีของจอแสดงผลแบบโอแอลอีดีคือ ใช้พลังงานน้อยกว่าจอแบบแอลซีดีในขนาดเท่าๆ กันสูงถึง 40% ทั้งยังบางกว่าเป็นเท่าตัว เนื่องจากไม่ต้องอาศัยการส่องแสงออกมาจากหลังภาพ ทั้งยังให้ภาพที่คมชัดกว่า ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ทดลองใช้เทคโนโลยีดังกล่าวแล้ว เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาขนาดเล็กอย่างเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ และไรน์คอม รวมถึงโทรศัพท์มือถือรุ่นบางจากเคียวเซร่า นอกจากนี้ทางโซนี่ คอร์ปอเรชั่นเองยังมีแผนจะทำตลาดจอทีวีขนาดเล็กที่ใช้เทคโนโลยีโอแอลอีดี ภายในปีนี้ด้วย
นักวิเคราะห์ประเมินกันว่า โทรศัพท์มือถือไอโฟนของแอปเปิล ซึ่งเพิ่งวางตลาดไปในสหรัฐอเมริกาเมื่อปลายสัปดาห์ก่อนในที่สุดแล้วก็อาจ หันมาเปลี่ยนใช้จอแสดงผลที่ประหยัดพลังงานมากขึ้นอย่างโอแอลอีดีบ้างเช่นกัน หลังจากรุ่นนำร่องที่ใช้หน้าจอแสดงผลแอลซีดีใช้พลังงานค่อนข้างสูงทำให้การ ใช้งานแบตเตอรี่ค่อนข้างสั้น
"น่าจะเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลหากแอปเปิลจะเปลี่ยนมาใช้หน้าจอแสดงผลแบบโอ แอลอีดี ก็เพราะแอปเปิลกำลังคิดพัฒนาปรับปรุงเรื่องการใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานขึ้น แม้ตอนนี้แอปเปิลจะยังไม่มีการเปิดเผยแผนใดๆ ก็ตาม" นายคิม วูน-โอ นักวิเคราะห์จากพรูเดนเชียล อินเวสเมนต์ แอนด์ ซีเคียวริตี้ส์ กล่าว
แม้ในวงการสื่อสารไร้สายเทคโนโลยีโอแอลอีดีจะยังเพิ่งเริ่มแต่ในการพัฒนาจอ แสดงผลรุ่นดังกล่าวเพื่อทำตลาดมีปรากฏให้เห็นบ้างในกลุ่มผู้ผลิตจอแสดงผล แบบแอลซีดี ทั้งซัมซุง เอสดีไอ และโซนี่ จากการประเมินของบริษัทวิจัยด้านการตลาดไอซัพพลาย ตลาดสำหรับจอแสดงผลแบบโอแอลอีดี และแอลซีดีที่ใช้พลังงานน้อยมีแนวโน้มการเติบโตอย่างรวดเร็วโดยคาดว่าจนถึง ปีพ.ศ. 2555 อาจมียอดขายมากถึง 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 27% เทียบกับยอดขายในปีนี้ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากเทคโนโลยีโอแอลอีดีแล้วยังมีเทคโนโลยีจอแสดงผลที่เรียกว่า ไบ-สเตเบิล ซึ่งรักษาสถานะการแสดงผลภาพไว้ได้โดยไม่ต้องใช้พลังงานทำให้เหมาะต่อการใช้ เป็นจอแสดงผลในสถานที่สาธารณะและจอแสดงผลย่อยบนอุปกรณ์ต่างๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยังต้องพัฒนาในด้านของคุณภาพภาพที่ยังไม่ละเอียดมากนัก ก่อน
นายชุง โฮ-คยูน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของซัมซุง เอสดี กล่าวว่า ถึงตอนนี้ยังเป็นเพียงการเริ่มต้นของเทคโนโลยีใหม่ ตราบเท่าที่มีการพัฒนาคุณภาพและลดต้นทุนได้ถูกลงจนใช้งานได้แพร่หลายขึ้น เมื่อนั้นก็จะได้เห็นการเปลี่ยนโฉมหน้าเทคโนโลยีจอแสดงผลไปอีกขั้นซึ่งใน วันข้างหน้าอาจจะมีหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่เป็นจออิเล็กทรอนิกส์ซึ่ง อัพเดตข้อมูลแบบไร้สายม้วนหรือพับเก็บได้เช่นเดียวกับกระดาษก็เป็นได้
วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2550
เครื่องถ่ายเอกสารแปลภาษา

เครื่องถ่ายเอกสารแปลภาษา
บริษัท Fuji Xerox แห่งญี่ปุ่นได้พัฒนาเครื่องถ่ายเอกสารรุ่นใหม่ ที่สามารถสแกนเอกสารภาษาอังกฤษ และพิมพ์ออกมาเป็นญี่ปุ่นหรือเกาหลีได้ นอกจากนี้ยังสามารถทำงานกลับกันได้คือ แปลภาษาญี่ปุ่นหรือเกาหลีเป็นภาษาอังกฤษ ในขณะที่ยังคงเลย์เอาท์ของงานพิมพ์ได้ใกล้เคียงต้นฉบับอย่างน่าอัศจรรย์
เครื่องนี้ทำงานได้โดยเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่ทำหน้าที่แปลภาษาโดยเฉพาะในเดียวกันก็ใช้ซอฟต์แวร์หลายตัวในการแปลภาษาจากเอกสารต้นฉบับ เครื่องถ่ายเอกสารนี้ยังไม่ได้ผลิตมาเพื่อวางจำหน่ายโดยทั่วไป คงต้องรอดูว่าจะสามารถให้ผลการแปลได้ดีเพียงใด
บริษัท Fuji Xerox แห่งญี่ปุ่นได้พัฒนาเครื่องถ่ายเอกสารรุ่นใหม่ ที่สามารถสแกนเอกสารภาษาอังกฤษ และพิมพ์ออกมาเป็นญี่ปุ่นหรือเกาหลีได้ นอกจากนี้ยังสามารถทำงานกลับกันได้คือ แปลภาษาญี่ปุ่นหรือเกาหลีเป็นภาษาอังกฤษ ในขณะที่ยังคงเลย์เอาท์ของงานพิมพ์ได้ใกล้เคียงต้นฉบับอย่างน่าอัศจรรย์
เครื่องนี้ทำงานได้โดยเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่ทำหน้าที่แปลภาษาโดยเฉพาะในเดียวกันก็ใช้ซอฟต์แวร์หลายตัวในการแปลภาษาจากเอกสารต้นฉบับ เครื่องถ่ายเอกสารนี้ยังไม่ได้ผลิตมาเพื่อวางจำหน่ายโดยทั่วไป คงต้องรอดูว่าจะสามารถให้ผลการแปลได้ดีเพียงใด
ตู้เย็นมินิ
ตู้เย็นมินิ (Mini Fridge)
แก็ตเจ็ตวันนี้ขอนำเสนอ ตู้เย็นมินิ ที่ใช้พลังงานผ่านสาย USB ต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณได้ง่ายๆ ให้คุณสามารถแช่ขนมหรือเครื่องดื่มที่คุณโปรดปราน (จุมากสุดคือโค้ก ขนาด 1 กระป๋อง) ไว้ใกล้ๆตัวคุณบนโต๊ะทำงาน ไม่ต้องลุกไปเข้าครัวบ่อยๆให้เจ้านายรำคาญใจ... ตู้เย็นมินิเครื่องนี้สามารถให้ความเย็นได้ 8.5 องศาเซลเซียส บริษัทแบรนโด้ จากประเทศฮ่องกงเป็นผู้จัดจำหน่าย ราคาอยู่ที่ประมาณ US$33
บางและเบา, K3 MP3 Player จากซัมซุง
คงจะเห็นผ่านตา และเชื่อว่าหลายคนคงจะมีไว้ในครอบครองแล้ว เครื่องเล่นเอ็มพี 3 ของซัมซุงรุ่น K3 ที่มีรูปร่างและสีสันโดนใจมาก ๆ มี 3 สีให้เลือก คือ ดำ แดง และเขียว รูปทรงของ K3 เห็นแล้วนึกถึงหุ่นของสาว ๆ สมัยนี้ เพราะทั้งบางและแบนไปทั้งตัว น้ำหนักก็ย่อมเยา แค่ 50 กรัมเท่านั้น หน้าจอเป็นระบบสัมผัสที่ไวมาก ๆ เวลาใช้อย่าลืมล็อกปุ่ม ไอคอนที่แสดงถึงการเข้าถึงฟังก์ชันการใช้งานประเภทต่าง ๆ เช่น มิวสิก วิทยุ ภาพถ่าย ออกแบบได้น่ารักดี เป็นลายจุดมาต่อกันเป็นรูปร่างต่าง ๆ มิวสิก ก็จะเป็นรูปหูฟัง วิทยุ ก็จะเป็นรูปวิทยุทรานซิสเตอร์ ขนาดของ K3 ไม่ใหญ่ไม่เล็ก ขนาดกำลังพอดีกับฝ่ามือ มีความหนาเพียง 6.95 มม. จอแสดงผล 4 สี ขนาด 1.8 นิ้ว การใช้งานไม่ยุ่งยากก็เหมือนเครื่องเล่นเอ็มพี 3 ของซัมซุงรุ่นอื่น ๆ หลัง จากแปลงเพลงที่ต้องการแล้ว ก็เพียงลากไฟล์เพลงเหล่านั้นมาไว้ในเมนูมิวสิก โดยผ่านการเชื่อมต่อพอร์ตยูเอสบีของคอมพิว เตอร์ ไม่ต้องไปลงโปรแกรมอื่นให้ยุ่งยาก แค่ เสียบเข้ากับพอร์ตยูเอสบีเครื่องคอมพิวเตอร์ เหมือนเสียบแฟลชไดร์ฟ จากนั้นก็คลิก ๆ ก็เสร็จขั้นตอน หากเป็นไฟล์ข้อมูล ไฟล์รูปภาพก็ทำเหมือนกัน แต่ต้องใส่ให้ถูกกล่องไม่งั้นหาไฟล์ไม่เจอไม่รู้ด้วยนะ วิธีการชาร์จก็ไม่ยุ่งยาก เพราะชาร์จผ่านยูเอสบีคอมพิวเตอร์ไม่นานก็เต็ม แบตเตอรี่ของรุ่นนี้อึดมาก ๆ อยู่ได้หลายวัน ที่ชอบมากก็คือเสียงเบสกระหึ่มและใสดี จุดเด่นอีกอย่างก็คือ หากอุปกรณ์ในบ้าน เช่น ทีวี หรือเครื่องเสียงเป็นของซัมซุงรุ่นใหม่ ๆ ก็สามารถเอา K3 ไปเชื่อมต่อก็จะได้ฟังเพลงผ่านลำโพงของชุดเครื่องเสียงที่บ้านได้ K3 ยังมีชุดแต่งเป็นลำโพง รูปทรงยาว ๆ สีดำ เอา K3 มา สอดเข้าไป ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันเข้าสู่โหมดลำโพง คราวนี้ก็เผื่อเสียงเพลงให้คนรอบข้างฟังได้ โดยไม่ต้องใช้หูฟัง แค่วางไว้บนโต๊ะก็เท่จะแย่ หน่วยความจำของ K3 มีให้เลือก 3 ความจุ คือ 1, 2 และ 4 GB ราคาประมาณ 4,990-7,490 บาท แนะนำให้สอบถามราคาปัจจุบันจากร้านตัวแทนจำหน่ายอีกที คุณภาพกับราคาขนาดนี้ถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม.
http://tech.mthai.com/views_2_samsung-mp3-plaer-k3_72_10624_1.html
วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2550
มือถือของปลอม
แทบจะเก็บโนเกีย N95 เอาไว้ในกระเป๋าเมื่อเห็นโทรศัพท์ N95 อีกเครื่องที่หน้าตาละม้ายเหมือนแฝดคนละฝา แต่หากค่อย ๆ มองไปทีละส่วนก็จะเห็นความแตกต่างได้ชัดเจน ก็ใครจะไปคิดว่ามีผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือโนเกียปลอมมาวางจำหน่าย แค่หูฟัง แฮนด์ฟรี หน้ากาก แบตฯ อุปกรณ์เสริมของปลอมยังพอเห็นจนชินตา แต่นี่ปลอมทั้งเครื่องและยังใช้งานได้จริงอีกด้วย ราคาก็ถูกกว่า มร.บ็อบ แม็คดูกัล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารลูกค้าและการตลาด บริษัทโนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในการสัมมนา รู้เท่าทัน ความปลอดภัยในโลกการ สื่อสาร ซึ่งโนเกียจัดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน ณ โรงแรมคอนราด ว่า ปัจจุบันโนเกียเจอปัญหาโทรศัพท์ มือถือปลอม เลยต้องจัดสัมมนาเพื่อกระจายความรู้ให้ผู้บริโภคได้รับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับ แบตเตอรี่และโทรศัพท์มือถือของแท้ ที่ผลิตได้มาตรฐานและรับประกันด้านความปลอดภัยในการใช้งาน สิริ นีละวัฒนาศุข หัวหน้าส่วนผลิตภัณฑ์การตลาด ของโนเกีย ประเทศไทย กล่าวถึงโทรศัพท์มือถือปลอมว่า โทรศัพท์มือถือของโนเกียทุกเครื่องผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน ISO ปกติแล้วค่า SAR หรือระดับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน หากในยุโรปจะกำหนดไว้ที่ 2 วัตต์ต่อกิโลกรัม สหรัฐอเมริกา 1.6 วัตต์ต่อกิโลกรัม แต่สำหรับโนเกียทุกรุ่นจะมีค่า SAR ต่ำกว่า 1.6 วัตต์ต่อกิโลกรัม เช่น N70 มีค่า SAR 1.1 วัตต์ต่อกิโลกรัม รุ่น 6070 มีค่า SAR 0.84 วัตต์ต่อกิโลกรัม แต่หากเป็นโทรศัพท์มือถือปลอมจะมีค่าเหล่านี้ไม่ได้ตามมาตรฐาน เมื่อไม่ได้มาตรฐานก็จะส่งผลต่อคุณภาพการใช้งาน ทั้งความทนทาน ความชัดเจนของกล้องถ่ายรูป แอพลิเคชั่นภายในตัวเครื่อง รวมไปถึงการอัพเกรดซอฟต์แวร์ต่าง ๆ หากโชคร้ายก็เจอปัญหาแบตเตอรี่ระเบิด เพราะกระแสไฟฟ้าลัดวงจร สำหรับโทรศัพท์มือถือปลอมที่พบในขณะนี้คือ รุ่น N95, N70 ซึ่งเป็นรุ่นที่โนเกียวางจำหน่ายแล้ว และยังมีของปลอมในรุ่นที่โนเกียไม่เคยผลิตเลยก็มี เช่น N97 และN99 มือถือปลอมและของแท้เมื่อนำมาเทียบกันจะเห็นความแตกต่างชัดเจนมาก เช่น รุ่น N95 ของแท้จอจะสไลด์ได้ทั้งสองด้าน คือสไลด์ขึ้นเพื่อกดปุ่มตัวเลข หรือสไลด์อีกด้านเพื่อใช้งานเครื่องเสียง กล้องมีแฟลช ปุ่มเปิดและปิดเครื่องอยู่ด้านบน แต่หากเป็น N95 ของปลอม ก็ต้องยอมรับในความไฮเทค เพราะจอเป็นระบบสัมผัส มีปากกาสไลตัสให้ใช้งาน ปุ่มเปิดปิดด้านบนทำไว้หลอก ๆ ให้มาใช้ปุ่มเปิดปิดที่แป้นปุ่มกด กล้องไม่คมชัด และที่สำคัญตัวอักษรโนเกียที่ฝาหลังจะมีขนาดใหญ่กว่าปกติ อันที่จริง แค่เห็นกล่องก็น่าจะรู้ถึงความแตกต่าง เพราะกล่องมือถือของทำเลียนแบบจะมีตัวอักษรภาษาจีนเต็มไปหมด ไม่ระบุยี่ห้อและที่มาบนกล่อง ในขณะที่ของแท้จะมีภาษาอังกฤษ ภายในกล่องมีอุปกรณ์และคู่มือภาษาอังกฤษ ข้อแตกต่างอีกอย่างก็คือ ราคาที่ต่างกันอย่างชัดเจน ยกตัวอย่าง N95 ของแท้ราคาวางจำหน่ายจะอยู่ประมาณ เกือบสามหมื่นบาท แต่ของปลอมเท่าที่ถามราคามาจะอยู่ที่ประมาณสี่พันถึงแปดพันบาท อันนี้เป็นวิธีสังเกตจากภาคสนาม โนเกีย ประเทศไทย ก็มีเคล็ดลับหากลูกค้าไม่แน่ใจหรือต้องการตรวจสอบว่ามือถือที่ซื้อมาใช้ นั้นเป็นของจริงหรือไม่ ก็ตรวจจากหมายเลขอีมี่ประจำเครื่อง เลขอีมี่จะอยู่ในตัวเครื่องต้องถอดแบตฯ ออกมาแล้วจะเห็น หรือจะกด *#06# เพื่อเรียกดูอีมี่จากตัวเครื่องแล้วเทียบหมายเลขอีมี่ที่กล่อง ต้องเป็นเลขชุดเดียวกัน หากไม่ตรงกันก็ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า อาจจะเจอของปลอม หากพบว่ามือถือที่กำลังจะซื้อหรือซื้อมาแล้ว ไม่มีโลโก้โนเกีย เป็นรุ่นที่โนเกียไม่เคยผลิต หากเป็นแบตเตอรี่ไม่มีสติกเกอร์โฮโลแกรม ไม่มีใบรับประกันสินค้า และราคาแตกต่างจากที่วางขายในร้านโนเกีย ก็พึงระวังเอาไว้ หากไม่แน่ใจให้โทรฯ เข้ามาสอบถามที่โนเกียแคร์ไลน์ หมายเลข 0-2640-1000 หรือเว็บไซต์ www.nokia.co.th คำแนะนำและขั้นตอนเหล่านี้อาจจะยุ่งยากสำหรับคนที่ไม่ชอบเทคโนโลยี แต่ก็ไม่ยากเกินไป อีกวิธีหนึ่งที่หลีกเลี่ยงของปลอมง่ายสุด ๆ ก็คือ อย่าเห็นแก่ของถูก โนเกียไม่เคยขายมือถือกลุ่มเอ็นซีรีส์ในราคาแค่หลักพันบาท เฮ้อ... โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรม เมื่อไหร่จะมีของดีราคาถูกมั่งเนอะ.
http://tech.mthai.com/views_2_nokia-n95_68_10437_1.html
http://tech.mthai.com/views_2_nokia-n95_68_10437_1.html
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
