วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2550

บทวิเคราะห์ 4

จากที่ได้นำเสนอข่าวและบทความเรื่อง IT มาโดยตลอด จนปัจจุบันนี้ก็นับรวมได้ถึง 20 กว่าบทแล้ว
จะเห็นว่าสิ่งที่พวกเรานำเสนอนั้น ล้วนแต่เป็นเทคโนโลยีที่ปเนที่ใฝ่ฝันแต่ราคานั้นก็เกินเอื้อมจริงๆนะครับ คุณลักษณะดังกล่าวสามารถสื่อให้เห็นถึงอะไรบ้าง เรามาว่ากันเป็นเรื่องๆไปดีกว่า
การล่าอาณานิคมใหม่ (Neo-Colonialism)
โดยธรรมชาติของมนุษย์นับแต่โบราณกาลมาแล้ว มนุษย์ทุกคน ทุกเผ่าพันธุ์ล้วนมีความมักใหญ่ใฝ่สูงเหนือคนกลุ่มอื่นๆมาโดยตลอด นับตั้งแต่การต่อสู้ของซีซาร์และฮานนิบาลเพื่อแย่งชิงความยิ่งใหญ่ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน มาจนถึงการต่อสู้ของอังกฤษและสเปนเพื่อแย่งชิงแสนยานุภาพทางทะเล พัฒนามาสู่ความมักใหญ่ใฝ่สูงของฮิตเลอร์และชนชาติเยอรมันที่ก่อสงครามโลกครั้งที่สองขึ้นจนเกิดความเดือดร้อนกันไปทั่วโลกทั้งชีวิตและทรัพย์สิน จนกระทั่งวันหนึ่งมนุษยชาติได้ตระหนักถึงความพินาศที่เกิดขึ้นในหน้าประวัติศาสตร์ที่ตนเป็นทั้งคนก่อและคนเขียนด้วยตัวเอง จึงเกิดเป็นแนวคิดที่แสวงหาสันติภาพ ซึ่งก็นำมาสู่หลักกฎหมายระหว่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศที่มุ่งสร้างและรักษาความสงบสุขของโลกขึ้นมากมาย แต่ไฉนเลยจะทำให้มนุษย์ลดความมักใหญ่ใฝ่สูงลงไปได้ ทำให้ในปัจจุบัน มนุษยชาติเกิดความขัดแย้งสองสิ่งอยู่ในตัวเอง นั่นคือความมักใหญ่ใฝ่สูงและมโนธรรมแห่งสันติภาพที่คอยฉุดรั้งและหลอกหลอนมิให้มนุษย์แสวงหาความมั่งคั่งได้โดยสะดวกเช่นที่ผ่านมาในหน้าประวัติศาสตร์ มนุษย์ทั้งปวงจึงต้องหันไปใช้วิธีการอื่นเพื่อแสวงหาความมั่งคั่งให้กับตัวนอกจากการเข้าแย่งชิงผู้อื่นเช่นในอดีตที่ผ่านมา และวิธีการที่ดีที่สุดก็คือการครอบงำทางเศรษฐกิจนั่นเอง
จากเดิมที่มนุษย์เลือกแสวงหาความมั่งคั่งและได้เปรียบเหนือคนกลุ่มอื่นด้วยการใช้กำลังทหารเข้าแย่งชิงพื้นที่ ทรัพยากร หรือแม้แต่โอกาสในการใช้ชีวิตของชนกลุ่มอื่นที่อ่อนแอกว่า อย่างที่เราเรียกโลกนั้นในยุคหนึ่งว่ายุคจักรวรรดินิยม(Colonialism)นั่นเอง บัดนี้มนุษย์ได้มองว่าวิธีการดังกล่าวเปนความป่าเถื่อน รุนแรงและไร้มนุษยธรรม จึงได้หันไปใช้วิธีการทางเศรษฐกิจด้วยการค้าขายและแสวงหาความมั่งคั่งจากการค้าขายที่ตนเป็นฝ่ายได้เปรียบ (Comparative Advantage) เป็นสิ่งสร้างความมั่งคั่งและหยิบยื่นความพินาศให้กับประเทศที่ด้อยกว่าตนทีละเล็กทีละน้อยอย่างไม่รู้ตัว
สินค้า IT ที่เราได้นำมาเสนอ ณ ที่นี้เป็นเพียงบางสิ่งที่พิสูจน์ว่า การล่าอาณานิคมของชาติตะวันตกได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ความรับรู้และรสนิยมของเราได้อย่างแนบเนียน ด้วยการหยิบยื่นสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า "ความทันสมัย" "ความเท่ห์" "ความมีรสนิยม" ที่พวกเขาผลิตให้กับกลุ่มคนที่ไม่สามารถผลิตสินค้าเช่นนั้นได้และต้องพึ่งพิงพวกเขาแต่ฝ่ายเดียวอย่างเราๆนี่เอง
ความน่ากลัวของการล่าอาณานิคมใหม่นั้นจึงอยู่ที่ มีน้อยคนเหลือเกินที่สามารถตระหนักได้ว่าสินค้าและการโฆษณาในรูปแบบนี้ได้นำมาซึ่งความเสียเปรียบเชิงเปรียบเทียบ(Comparative Disadvantage)ต่อชาติมหาอำนาจและได้นำมาซึ่งกระบวนการ "พัฒนาการของการด้อยพัฒนา"(Development of Underdevelopment) ซึ่งหมายถึงการที่เราต้องพึ่งพาเทคโนโลยีขั้นสูงและความทันสมัยจากต่างชาติ โดยที่เราไม่สามารถผลิตใช้เองได้ ทำให้เสียเงินออกนอกประเทศแลกกับสิ่งที่คนทั่วโลกบอกว่าเป็น "ความทันสมัย" นั่นเอง โดยอันที่จริงแล้วมันกลับทำให้ประเทศเราด้อยพัฒนาลงไปเรื่อยๆเพราะทั้งต้องพิ่งพิงและขาดดุลการค้ากับต่างชาติตลอดมา ทำให้ไม่สามารถพัฒนาประเทศด้วยตนเองได้ไปเรื่อยๆ
วาทกรรมการพัฒนาแบบ Globalization ที่สืบเนื่องมาจาก Modernization
การพัฒนาตามแบบ Modernization ก็คือการพัฒนาตามอย่างตะวันตก อย่างที่บางสำนักเรียกว่าเป็น Westernization นั่นเอง
การพัฒนาตามอย่างตะวันตกก็หมายถึงการรับเอาวัฒนธรรม เทคโนโลยี และแนวความคิดอย่างตะวันตกที่ถือว่าเป็น "ความเจริญก้าวหน้า" มาปรับใช้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดการยอมรับจากนานาอารยประเทศ กระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงสอง-สามศตวรรษที่ผ่านมา
ส่วน Globalization นั้นหมายถึงกระบวนการโลกาภิวัตน์ที่เชื่อมโยงโลกเข้าด้วยกัน การรับรู้ข่าวสารต่างๆจากทั่วโลกในระยะเวลาอันสั้น โดยมีเครื่องมือที่สำคัญคือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ICT)นั่นเอง
สิ่งที่สื่อให้เห็นจากการนำเสนอข่าวเรื่อง IT ที่ผ่านมานี้ก็คือ การเชื่อมโยงของสองกระบวนการดังกล่าวอย่างมีนัยยะสำคัญ นั่นคือ การที่โลกยังถือเอาวัฒนธรรม และเทคโนโลยีทางฝั่งตะวันตกว่าเป็นการพัฒนากระแสหลัก(Main Stream)อยู่ ทำให้โลกต้องเดินตามตะวันตกหรือแม้แต่ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นก็ยังต้องใช้เทคโนโลยีของชาวตะวันตกมาแข่งขันกับชาวตะวันตกด้วยเช่นกัน แสดงให้เห็นถึงพลังของ Modernization ที่ขยายบทบาทและอิทธิพลเรื่อยมาจนปัจจุบัน และเมื่อมาผนวกกับพลังของโลกาภิวัตน์ ที่ทำให้ข่าวสารความเป็นไปของ Modernization นั้นกระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ก็ยิ่งที่ให้โลกทั้งใบมุ่งหวังที่จะกลายเป็นอย่างตะวันตกมากขึ้นไปอีก
วาทกรรมดังกล่าวได้ครอบงำโลกอย่างเสมอมา และยิ่งมาทวีความรุนแรงมากขึ้นอีกในช่วงไม่กี่ทศวรรษนี้ โดยจะเห็นได้จากข่าวสารเรื่องเทคโนโลยีแทบทุกชิ้นที่ต่างก็บินตรงมาจากเหล่าประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างตะวันตกหรือญี่ปุ่นทั้งสิ้น ความน่ากลัวที่ตามมาจึงอยู่ที่ว่า การครอบงำด้วยวาทกรรมดังกล่าวจะสามารถครอบงำมนุษยชาติไปถึงระดับใด เพราะหากครอบงำมาในแง่ชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของสังคมแล้ว ก็รังแต่จะส่งผลกระทบต่อรากฐานทางสังคม การใช้ชีวิต และวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมที่มีอย่างยาวนานจนอาจเลือนหายไปได้ในที่สุด สิ่งนี้จะเป็นตัวเร่งชั้นยอดให้กับการล่าอาณานิคมใหม่ของชาวตะวันตก ดังที่ได้กล่าวไปในตอนต้นไงครับ
เห็นรึยังครับ ว่าจากการนำเสนอข่าวสารความเจริญ ความทันสมัยของสินค้า IT ในโลกที่เหมือนจะเป็นสิ่งที่ประเสริฐและทุกคนต่างก็ต้องการไขว่คว้ามาเป็นของตนนั้น กลับแฝงไปด้วยความน่ากลัวในเบื้องลึกที่สามารถทำลายได้แม้กระทั่งความคิดจิตใจ ความเป็นตัวของตัวเองของพวกเรา และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เงินในกระเป๋าของพวกเราได้อย่างหมดสิ้น
เอาละครับ โม้มาตั้งนานแล้ว ที่ผมอยากจะบอกที่สุดก็คือ ก่อนจะซื้ออะไรแพงๆก็ถามใจ ถามกระเป๋าตังค์ตัวเองก่อนด้วยนะครับ เกรงใจพ่อแม่ เห็นใจประเทศชาติบ้าง ซื้อแต่ของแพงๆมาใช้กัน เหมือนจะทำให้ตัวเองดูโก้เก๋ เหมือนจะทำให้ตัวเองดูดี แต่ก็อย่างว่าละครับ เข้าทาง"คนไทยได้หน้าฝรั่งมังค่าได้เงิน"กันทั้งนั้น
ว่าแล้วเราก็กลับบ้านไปหยิบสะดอมาใส่ เอามือถือมาตำน้ำพริกกันดีกว่า -_-\!